BACK

การครอบครองสัตว์ป่าด้วยความรัก

สัตว์ป่าสงวนและสัตว์คุ้มครองมีเพียงบางชนิดเท่านั้นที่กฎหมายอนุญาตให้เพาะเลี้ยงได้

ซึ่งโดยมากแล้วหากครอบครองสัตว์เหล่านี้โดยไม่ได้รับอนุญาตจะถือว่ามีความผิด แต่สัตว์ป่าสงวนและสัตว์ป่าคุ้มครองบางชนิดอาจจะมีลักษณะภายนอกที่คล้ายคลึงกับสัตว์เลี้ยงทั่วไป จนแทบแยกไม่ออก ทำให้มีคนเข้าใจผิดนำสัตว์ป่ามาไว้ในครอบครองโดยไม่ได้ตั้งใจ

เช่นเดียวกับเรื่องราวที่เป็นข่าวเมื่อไม่นานมานี้

เมื่อ “เสน่ห์ จันทร์กระจ่าง” อายุ 64 ปี ชาวจันทบุรี พบลูกเสือปลาที่บ้านของพี่สาว และเข้าใจว่าเป็นลูกแมวพลัดหลงกับแม่จึงเกิดความสงสารและนำกลับมาเลี้ยง แต่ความจริงแล้วเสือปลามีสถานะทางกฎหมายเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่โชคที่ความใจดียังไม่ทำให้นายเสน่ห์ต้องเดือดร้อนซะก่อน เพราะเพื่อนบ้านที่เห็นต่างบอกว่านี่ไม่ใช่ลูกแมว ก่อนช่วยกันหาข้อมูลจนพบว่าเป็นลูกเสือปลา จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มารับไปดูแล

ส่วนสาเหตุที่ลูกเสือปลาพลัดหลงเข้ามาในบ้านพี่สาวนายเสน่ห์ คาดว่าเป็นเพราะช่วง 2 – 3 วัน ก่อนหน้าที่จะพบลูกเสือปลา เกิดพายุลมแรง ประกอบกับบ้านพี่สาวนายเสน่ห์อยู่ติดกับภูเขา แม่เสือปลาอาจคาบลูกหนีพายุฝนมาก่อนพลัดหลงกันจนเข้ามาในบ้าน

ส่วนที่ จ.เพชรบุรี ครอบครัวของ “เหลา บาตรงูเหลือม”

อายุ 44 ปี ได้นำลิงแสมเพศเมียตัวหนึ่งมาเลี้ยง หลังจากแม่ของมันถูกรถชนตาย เมื่อ 3 ปีที่แล้ว โดยตั้งชื่อให้ว่า “มะลิ” และเลี้ยงเหมือนสมาชิกในครอบครัว ดูแลเอาใจใส่อย่างดี จนเกิดความรัก ความผูกพัน

ขณะเดียวกันก็รู้สึกสงสารที่มันไม่มีเพื่อน ไม่เจอโลกภายนอก จึงตัดสินใจนำไปให้สวนสัตว์ดูแล ต่อมาทราบว่ามะลิไม่สามารถปรับตัวได้ และยังได้รับบาดเจ็บจนหางขาด เชื่อว่าทางสวนสัตว์ดูแลไม่ดี และอดเป็นห่วงไม่ได้ จึงต้องการขอนำกลับมาดูแลเอง ทว่าทางสวนสัตว์ไม่อนุญาต และได้ชี้แจงถึงสาเหตุที่มะลิปรับตัวไม่ได้ว่า เจ้าของเดิมได้มาเยี่ยมมะลิเกือบทุกวัน ทำให้การปรับพฤติกรรมของลิงไม่เป็นไปตามลำดับที่วางแผนไว้ และมีการนำขนมมาให้มะลิเป็นประจำ ทำให้ลิงตัวอื่นๆ อิจฉาและทะเลาะกันจนบาดเจ็บที่หาง สัตวแพทย์ได้ตัดสินใจตัดส่วนหางที่เป็นแผลออกเพราะเกรงว่าจะอักเสบและติดเชื้อได้

ส่วนสาเหตุที่ไม่สามารถมอบมะลิคืนให้ทางครอบครัวเจ้าของเดิมกลับไปดูแลได้ ก็เพราะลิงแสมเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งเจ้าของเดิมเองก็ไม่มีหลักฐานการได้มาอย่างถูกกฎหมาย

Don’t

การทำร้ายสัตว์ป่า

ข่าวการจับกุมอาชญากรรมเกี่ยวกับสัตว์ป่ายังคงมีให้เห็นเรื่อยๆ ทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยในประเทศไทย ข้อมูลจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดเผยสถิติการจับกุมการกระทำความผิดเกี่ยวกับสัตว์ป่า ระหว่างปี พ.ศ. 2552 – 2559 พบว่ามีการตรวจยึดสัตว์ป่าของกลางมากถึง 105,652 ตัว และซากสัตว์ป่าของกลาง 19,615 ซาก โดยสัตว์ป่าของกลางที่ตรวจยึดได้มากที่สุดคือ นกชนิดต่างๆ รวมกว่า 21,677 ตัว ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าตกใจต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากไม่มีการจับกุม

นอกจากสถิติที่สูงลิ่วแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำร้ายจิตใจคนรักสัตว์ก็คือวิธีการที่ขบวนการค้าสัตว์ป่าใช้ในการขนส่งสัตว์เคราะห์ร้ายเหล่านี้ หนึ่งในภาพสุดสะเทือนใจคือภาพนกกระตั้วและนกแก้ว แทนที่จะได้สยายปีกอวดสีสันสวยงามอยู่ตามธรรมชาติ แต่กลับถูกจับยัดใส่ในขวดพลาสติกและท่อน้ำ เพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่และประหยัดพื้นที่ในการลักลอบขนส่ง ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นการจับกุมในประเทศอินโดนีเซีย นกจำพวกดังกล่าว ถือเป็นสัตว์ที่ได้รับการอนุรักษ์ เนื่องจากเป็นสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ลงไปทุกที เพราะมีอัตราการเจริญพันธุ์ค่อนข้างต่ำ รวมถึงการล่าโดยฝีมือมนุษย์ ขณะเดียวกัน ด้วยจำนวนที่ลดน้อยลงก็ยิ่งทำให้เป็นที่ต้องการมากขึ้น มีราคาแพงขึ้น จนจูงใจให้เกิดการกระทำผิดนั่นเอง

recommended articles

5 วิธีทำให้แมวรักแมวหลง

ทาสแมวหลายๆคนคงเคยประสบปัญหา น้องแมวไม่รัก ไม่อ้อน ไม่สนใจกันใช่หรือไม่

“เก้า สุภัสสรา” ขอเม้าท์ลูกๆตัวป่วน

“เราเล่นกับเค้ามันก็ทำให้เราลืมความทุกข์ใจ พอกลับมาบ้านมันก็ทำให้เรามีเอนเนอร์จี้ต่อในการทำให้มีชีวิต่อได้”