BACK

คน แมว ซึมเศร้า

ผมเป็นโรคซึมเศร้าครับ รักษามาตั้งแต่ต้นปี อาการไปถึงขั้นเกือบจะสุดท้าย (ไม่ต้องบอกก็คงรู้นะครับว่าถึงขั้นไหน) ด้วยปัญหาหลายๆเรื่องที่ผ่านเข้ามาในชีวิตช่วง 2 – 3 ปีนี้ ค่อนข้างรุนแรงต่อจิตใจ

รุนแรงจนผมไม่มั่นใจในตัวเองว่าจะยังสามารถรักใครหรือมีความสัมพันธ์อะไรได้อีกหรือไม่ ก็นั่นแหละความรัก การเลิกรา ทำให้ผมเข้าสู่โรคซึมเศร้า อาจจะเป็นเพราะผมเองที่เวลารักใครมักจะทุ่มให้ทั้งหัวใจ พอมันจบลง จึงยากที่จะถอนใจออกมาได้

ผมพยายามหาอะไรหลายๆอย่างทำ เพื่อที่จะให้ลืม หรืออย่างน้อยก็ให้มันจางลงบ้างก็ยังดี แต่ไม่ว่าผมจะทำอะไรมากมายแค่ไหน ขี่ GRABBIKE ปลูกต้นบอนไซ (ที่กล่าวมานี้คือหลังจากที่ออกไปปาร์ตี้หนักๆ เมากลับห้องแทบทุกวัน ออกไปเที่ยวจนที่บ้านลืมหน้ามาแล้วนะครับ) แต่สุดท้ายก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นเลย

จนกระทั่งเพื่อนคนหนึ่งบอกกับผมว่า “การเลี้ยงสัตว์ช่วยให้หายเหงาได้นะ” ผมก็เริ่มสนใจแมว และขอเข้าร่วมกลุ่มต่างๆในเฟซบุ๊กที่เกี่ยวกับคนรักแมว น้องแมวหาบ้าน หรือจำหน่ายแมวในราคาแบ่งกันเลี้ยง จริงๆ แล้วตอนเด็กๆ ผมเคยเลี้ยงหมา แต่เลี้ยงได้ไม่ดีเท่าที่ควร ผมจึงสนใจแมว เพราะเลี้ยงง่ายและไม่เห่าเสียงดัง ทำให้สนใจและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแมวมากขึ้น ยิ่งอ่าน ยิ่งค้น ยิ่งรู้สึกอยากเลี้ยง และเริ่มที่จะรักแมวตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มเลี้ยง เพื่อนจึงแนะนำคนรู้จักให้ พอดีเขาจะขายลูกแมวเปอร์เซียผสมเมนคูน เป็นตัวผู้อายุ 2 เดือน

ผมตัดสินใจรับเลี้ยงน้อง และตั้งชื่อให้ว่า “น้องอ้วน” (น่ารักเนอะ) ตั้งชื่อนี้เพราะน้องขนฟูตัวแน่น ออกตัวก่อนเลยว่าผมคือมือใหม่ในการเลี้ยงแมว แต่ก็ไม่ยอมแพ้ ช่วงอาทิตย์แรกอาจจะนอนน้อยจนถึงขั้นอดหลับอดนอน เพื่อปรับตัวให้เข้ากับน้องอ้วน เพราะน้องห่างจากอกแม่มา แรกๆ เลยกลัวๆ นอนไม่หลับ กินไม่ค่อยได้ ขับถ่ายไม่เป็นเวลา เราจึงต้องปรับตัวกันมากหน่อยในช่วงแรก ผ่านไป 1 สัปดาห์ สนิทกันมากขึ้น น้องอ้วนก็เล่นกับผมมากขึ้น แต่ผมทำงานตอนกลางวัน จึงทำให้น้องอ้วนต้องอยู่ห้องคนเดียว ผมจึงอยากหาเพื่อนให้น้อง จึงเริ่มหาแมวจรจัดตามเพจเฟซบุ๊ก และในที่สุดก็ได้ “น้องผอม” แมวไทยตัวผู้ อายุเดือนครึ่ง ด้วยลักษณะทางกายภาพของทั้งคู่ จึงเหมาะกับชื่ออ้วนและผอมเป็นอย่างดี

ตอนแรกทั้งคู่เกือบจะเป็นศัตรูกันด้วยล่ะครับ เนื่องจากน้องอ้วนเป็นแมวเลี้ยง ส่วนน้องผอมเป็นแมวจร จึงทำให้นิสัยของทั้งคู่ต่างกัน แรกพบคือเริ่มจากการขู่ใส่กัน จนทำให้ผมเริ่มกลัวว่าจะเข้ากันได้หรือไม่ แต่พอนานไป จากที่ตีกัน ขู่กัน ตอนนี้กินข้าวข้างๆ กัน นอนกอดกัน วิ่งเล่นด้วยกัน เหมือนในหนังเลยครับ บางทีผมก็กลายเป็นหมาหัวเน่าไปเลย แต่ถึงอย่างไรเจ้า 2 ตัวนี้ก็มีมุมอ้อนเจ้าของเหมือนกันนะ อ้วนและผอมชอบนอนหลังจากกินข้าวเย็นเสร็จ ประมาณสักทุ่มสองทุ่ม และตื่นขึ้นมาเล่นกันตอนดึกๆ ผมก็มีหน้าที่คอยตื่นมาเล่นกับทั้งคู่ด้วย เพราะบางครั้งน้องๆ ก็พากันขึ้นมานอนบนหัวผมบ้าง บนอกบ้าง เดินมาดมๆ จุ๊บๆ ที่ปากผมบ้าง มานอนซุกคอ เอาหัวไซร้หน้าให้จั๊กจี้ จนผมอดหลงใหลในความน่ารักของทั้งสองไม่ได้จริงๆ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้ผมอาการดีขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด นี่จากการสังเกตตัวเองล้วนๆ นะครับ อาจจะเป็นเวลาไม่นานนักที่ได้ลองเลี้ยงน้องอ้วนและน้องผอม แต่ก็ทำให้ผมสบายใจและมีความสุขมากขึ้น ได้ตื่นเช้ามาจัดเตรียมอาหารให้น้องๆ เติมน้ำในน้ำพุแมว เตรียมกระบะทราย และตอนเย็นก็ต้องรีบกลับ เพื่อไปทำอะไรอย่างเดิมเหมือนในตอนเช้า เป็นอย่างนี้ทุกวัน

ขอบคุณที่เข้ามาทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนไปนะ … น้องอ้วนและน้องผอมที่รัก

BY : KANOKPON CHEUNKOMRAK

Pet Hipster ขอเชิญชวนผู้อ่านทุกท่านส่งเรืองราวความรักความผูกพันระหว่างคุณกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก พร้อมภาพประกอบ เพื่อตีพิมพ์ในคอลัมน์ My Beloved Story โดยสามารถส่งมาได้ที่ editor.pethipster@gmail.com เรื่องที่ได้รับเลือกจะได้รับของที่ระลึกสุดพิเศษจากเรา

recommended articles

Pembroke Welsh Corgi lover

เรื่องราวของความหลงใหลในสุนัขสายพันธ์คอร์กี้ ของคุณแนน ทำให้เกิดเพจน่ารักๆ จนกลายมาเป็นนัก breeder และเจ้าของฟาร์มในเวลาต่อมา

บทสัมภาษณ์ “มิว ศุภศิษฏ์” กับน้อง “ช็อปเปอร์”

จากพระเอกคู่จิ้นสู่ศิลปินเพลงป๊อปสุดฮอต ที่ไม่ว่าจะมีผลงานทางด้านไหนก็เอาใจเหล่า Mewlions (มิวเลี่ยน) ไปเต็มๆ Pet Hipster ฉบับนี้จึงนำหนุ่มหล่ออย่าง มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ มาขึ้นปกในคอนเซปต์ Reflection มาเปิดเผยอีกด้านของทัศนคติที่คุณอาจไม่รู้ และความน่ารักของน้องชอปเปอร์ หมาปอมสุดรักของหนุ่มมิว ศุภศิษฏ์ มาร่วมถ่ายแฟชั่นในเล่มนี้กันด้วย