BACK

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับแมว

ยืนได้สวยสง่าแม้ตกจากที่สูง

จริงอยู่ที่แมวมีความสามารถในการพลิกตัวลงมายืนได้อย่างสวยงามเมื่อตกจากที่สูง จนถูกเรียกขานกันว่า “แมว 9 ชีวิต” แต่ไม่ใช่ทุกครั้งหรอกนะ โดยปกติหลังจากที่แมวตกหรือกระโดดลงมาจากที่สูง ส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัวของร่างกาย จะควบคุมให้ให้ร่างกายค่อยๆ พลิกตัวทีละส่วน และกลับมาอยู่ในท่ายืนปกติ จากนั้นก็จะยืดร่างกายและกางอุ้งเท้าทั้ง 4 ข้างออก เป็นการสร้างแรงต้านอากาศ ทำให้ระดับความเร็วและแรงกระแทกลดลงไป ก่อนจะเหยียดขาตรงพร้อมกับโก่งตัวขึ้นเพื่อถ่ายแรงกระแทกไปยังข้อต่อในส่วนอื่นๆ ซึ่งช่วยลดโอกาสที่จะเกิดการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้ แต่ในทางกลับกันหากแมวไม่สามารถพลิกตัวหรือกลับมายืนในท่าดังกล่าวได้ ก็มีสิทธิ์บาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้เช่นกัน

แมว 9 ชีวิต

มีหลากหลายความเชื่อเกี่ยวกับ “แมว 9 ชีวิต” โดยในสมัยอียิปต์โบราณมีที่มาจากการรวมร่างทั้ง 9 ร่างของเทพ Atum-Ra เทพสูงสุดผู้เป็นต้นตระกูลแก่เทพสำคัญๆ หลายองค์ ไว้ในร่างแมว เพื่อเดินทางไปเยี่ยมยมโลก ส่วนในสมัยใหม่ ว่ากันว่ามีที่มาจากคำขวัญของถ่านไฟฉายยี่ห้อ “เอเวอเรดดี้” ที่มีโลโก้เป็นรูปแมวดำกระโดดลอดเลข 9 จึงมีชื่อภาษาไทยว่า “ถ่านไฟฉายตราแมวเก้าชีวิต” และมีการตอกย้ำความเชื่อมั่นในตราสินค้าว่าใช้ได้นาน ประกอบกับการที่แมวมีทักษะการเอาตัวรอดอย่างแพรวพราว เปรียบเหมือนมี 9 ชีวิต เมื่อคนไทยซึมซับเป็นความเชื่อจึงใช้เปรียบกับผู้ที่ประสบความหายนะซ้ำซ้อนหลายครั้งก็ยังกลับมามีฐานะหรือชื่อเสียงได้ ถึงจะมีความเชื่อมากมาย แต่ยังไงแมวก็เป็นสิ่งมีชีวิตธรรมดาทั่วไป ที่มีเพียงชีวิตเดียวเหมือนๆ กัน

ขี้อิจฉาและไม่ชอบเด็ก

สำหรับบ้านที่เลี้ยงแมวอยู่ก่อน พอมีลูกอาจจะกังวลใจกับความเชื่อที่ว่าแมวจะอิจฉาและทำร้ายเด็กลับหลังเรา แต่ความจริงคือแมวส่วนใหญ่ไม่ชอบการถูกรุกล้ำอาณาเขต แล้วถ้าการย้ายเด็กทารกเข้ามาในบ้าน มีการโยกย้ายเฟอร์นิเจอร์ และเด็กกลายเป็นจุดสนใจแทนแมว เจ้าเหมียวก็อาจจะเกิดความเครียดและมีพฤติกรรมที่ไม่ดีเกิดขึ้นได้ แต่แมวจะไม่ทำร้ายเด็กหากไม่จำเป็นจริงๆ พ่อแม่ควรเฝ้าดูและให้รางวัลกับพฤติกรรมที่ดีของแมว และไม่ควรทำโทษหากแมวมีพฤติกรรมไม่ดี เพราะจะยิ่งทำให้แมวเครียดมากขึ้น