BACK

คุยกับ “วิกกี้ – สุนิสา เจทท์” กับความทรงจำที่แสนวิเศษของน้องหมาที่จากไป

GOOD TIMES BECOME GOOD MEMORIES

การสูญเสียสัตว์เลี้ยงที่อยู่เคียงข้างมานานหลายปี ทำให้หลายๆ คนเสียศูนย์ หดหู่ จิตตก หรืออาการหนักถึงขั้นป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เช่นเดียวกับ “วิกกี้ – สุนิสา เจทท์” ที่มีอาการนอนไม่หลับอยู่เกือบ 1 เดือนเต็ม หลังจากสูญเสีย “ซูโม่” น้องหมาสายพันธุ์ชิวาวาที่อยู่ใกล้ชิดกันมากว่า 9 ปีไป วันนี้ความเศร้าเสียใจนั้นแปรเปลี่ยนเป็นความทรงจำดีๆ และเธอก็พร้อมจะแบ่งปันประสบการณ์เหล่านั้นให้กับทุกคนฟัง พลางอุ้มเจ้า “อีที” น้องหมาชิวาวาอีกตัว ผู้เป็นเพื่อนซี้ของซูโม่ มาเข้าฉากถ่ายแฟชั่นเซ็ตสวยกับ Pet Hipster ด้วย ความสุข ความทรงจำ และความคิดถึงที่วิกกี้มีต่อซูโม่ และความรักความผูกพันที่อีทีมีต่อวิกกี้ ล้วนแต่เป็นเรื่องราวดีๆ ที่เราอยากให้ทุกคนได้อ่านกัน

ทราบมาว่าเป็นคนเลี้ยงสัตว์เลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก

ใช่ค่ะ เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์มาตั้งแต่เด็กเลย คือตอนเด็กๆ ก็ขอคุณแม่ซื้อสุนัข แล้วพอได้เลี้ยงสุนัขก็ยังอยากได้สัตว์แปลกๆ มาเลี้ยงอีก ด้วยความเป็นเด็กมีจินตนาการ อยากมีเพื่อนเป็นสัตว์แปลกๆ ก็เลยเคยเลี้ยงทั้งเต่าและกระต่ายด้วย แต่ก็ด้วยความเป็นเด็กนี่ล่ะ ที่ทำให้เราดูแลสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นไม่ดีเลย จนทำให้พวกเค้าจากไปเร็ว จริงๆ ก็เป็นความรู้สึกผิดในใจมาตลอดนะคะ

เล่าเรื่อง “ซูโม่” ให้ฟังหน่อย

 ซูโม่เป็นน้องหมาพันธุ์ชิวาวาของกี้ค่ะ ตอนนั้นเราอยู่คอนโดฯ แล้วก็อยากจะได้หมาตัวเล็กๆ มาอยู่เป็นเพื่อน ก็คิดว่าชิวาวาเค้าตัวเล็ก ไม่ได้ต้องการพื้นที่เยอะ และเลี้ยงง่ายดี ก็ไปที่ร้านขายสุนัข เจ้าของร้านเค้าก็ปล่อยให้หมาออกมาวิ่งเล่นเต็มไปหมดเลย เค้าอยากให้เราเลือกเองว่าถูกชะตากับตัวไหน ทีนี้ในขณะที่ตัวอื่นวิ่งเล่นกันไปทั่วร้าน แต่ซูโม่เค้าจะค่อยๆ ดมๆ พื้นแล้วเดินเข้ามาหากี้ พอเราเห็นแบบนั้นก็ชอบเลย แล้วตัวเค้าก็เป็นสีเบจทั้งตัว สวยมากเลย มองตาก็รู้สึกว่าใช่ แต่ก็ยังไม่ได้ซื้อนะคะ ขอกลับไปนอนคิดดูก่อน เพราะตอนนั้นเราก็ทำงานด้วย เราจะมีเวลาเลี้ยงมีเวลาดูแลเค้าไหม พอกลับไปนอนคิดก็นอนไม่หลับ พอวันรุ่งขึ้นก็รีบโทรไปบอกเจ้าของร้านว่าขอจองก่อน เดี๋ยวจะขับรถไปรับเดี๋ยวนี้แหละ (หัวเราะ) พอได้มาเลี้ยง ซูโม่เค้าก็จะมีนิสัยเหมือนกี้มาก ตอนนั้นกี้เพิ่งเริ่มคบกับพี่ชาย (ชาตโยดม หิรัณยัษฐิติ) พี่ชายยังบอกเลยว่า ซูโม่เหมือนกี้มาก เป็นเรื่องจริงมากๆ ที่บอกว่าหมาจะเหมือนเจ้าของ ทั้งนิสัยและหน้าตา คืออยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ หน้าตาเราก็จะเหมือนกัน คือไม่รู้ว่ากี้หน้าเหมือนซูโม่ หรือซูโม่หน้าเหมือนกี้นะคะ (หัวเราะ) แต่นิสัยนี่เหมือนมาก บางทีกี้ก็ยืนเถียงกับเค้านะคะ ด้วยความที่เราเป็นแม่ก็จะยืนทะเลาะกันอยู่นั่นแหละ แล้วพี่ชายก็จะงงว่ายืนคุยอะไรกัน กี้ก็จะบอกว่าเค้ารู้เรื่อง เนี่ยเค้ารู้เรื่อง (หัวเราะ) คือพอนิสัยเหมือนกันมาก ก็จะตีกันบ่อย เค้าจะเป็นตัวของตัวเองมาก เวลาเรียกเค้า เค้าก็จะมาบ้าง ไม่มาบ้าง แต่ก็จะมีมุมขี้อ้อนบ้างเหมือนกัน บางทีก็กวนๆ แล้วก็ขี้งอนเก่งมาก ซูโม่อยู่กับกี้มา 9 ปี แต่เราก็ตรวจพบว่าเค้าเป็นโรคไตตั้งแต่ตอน 2 ขวบแล้ว ก็ทำการรักษาทุกอย่างที่ช่วยเค้า ดูแลมาเรื่อยๆ จนพอ 9 ขวบเหมือนเค้าไม่ไหวแล้ว อาการก็ทรุดลงๆ จนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

หลายๆ คนเวลาน้องหมาเสียชีวิตแล้วรับมือไม่ไหว วิกกี้มีวิธีอย่างไร

ด้วยความที่มันเป็นโรคที่เรากับเค้าสู้กันมานาน เรารู้แล้วว่าเค้าไม่น่าจะดีขึ้น ตอนที่เค้าป่วยหนักๆ ก่อนจะเสีย ตอนนั้นนั่งจับมือเค้าร้องไห้ทุกวัน เรารู้ว่าเค้าเจ็บปวดข้างใน เราเห็นสายตาเค้า เราก็รู้ว่าเค้าเจ็บปวด จนกระทั่งทางโรงพยาบาลโทรมาบอกว่าเค้าเสียแล้ว เราก็ไปรับเค้ากลับจากโรงพยาบาล เพราะว่าอยากจะฝังเค้าที่บ้าน ตอนนั้นกลับไม่ร้องไห้เลย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม เราก็ให้พี่ชายกับไรอัน (พี่ชายของวิกกี้) ช่วยกันขุดหลุมแล้วซื้อดินมาใหม่ อยากให้ดินที่กลบตัวเค้าเป็นดินใหม่ๆ เอาดอกไม้มาโรยที่ก้นหลุม จัดแบบสวยๆ เลย ก็ยังไม่ร้องนะ จนกระทั่งกี้อุ้มเค้าแล้ววางลงไปในหลุม เหมือนมันเห็นภาพว่าเค้าตายแล้วจริงๆ จากเราไปแล้วจริงๆ กี้ร้องไห้ไม่หยุดเลย แล้วหลังจากนั้นก็นอนไม่หลับอีกเป็นเดือนเลยค่ะ ตอนกลางวันจะไม่หนักมาก แค่คิดถึงเค้า อยากเห็นเค้ามาวิ่งเล่นอีก แต่กลางคืนจะนอนไม่หลับเลย พอเข้านอน ปิดไฟปุ๊บ จะร้องไห้ คิดถึงเค้ามาก คุณหมอที่รักษาซูโม่เค้าก็บอกว่า ‘หมอเห็นมาเยอะแล้วนะที่เป็นแบบนี้ หมอให้เวลา 21 วัน เชื่อหมอแล้วมันจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง’ พอผ่านมาประมาณเดือนนึง ก็เป็นอย่างที่หมอบอก คือมันไม่ได้หายเศร้านะคะ แต่มันจะค่อยๆ ดีขึ้น ความเศร้าจะค่อยๆ หายไป เหลือแค่ความคิดถึง กี้คิดว่าเรื่องแบบนี้มันแล้วแต่คน แล้วแต่ความผูกพัน แล้วก็ขึ้นอยู่กับว่าเราจะจัดการกับความเศร้าของตัวเองอย่างไร

แล้ว “อีที” นี่ล่ะ ทราบว่าเป็นของไรอัน พี่ชายของวิกกี้ใช่ไหม

 พอกี้ซื้อซูโม่มาได้ประมาณ 8 เดือน ไรอันเค้าก็ซื้ออีทีมา เพราะฉะนั้น สองตัวนี่เค้าจะเป็นคู่หูกันเลย เล่นด้วยกันมาตลอด จนกี้แต่งงานแล้วย้ายไปอยู่บ้านพี่ชาย กี้ก็เอาซูโม่ไปด้วย อีทีเค้าก็จะเฉาๆ ไปนิดนึง นิสัยของอีทีเค้าจะมีโลกส่วนตัวสูง บางทีก็ชอบไปวิ่งเล่นอะไรของเค้าเองตัวเดียว แล้วนิสัยอีทีเค้าจะแมนกว่าซูโม่เยอะ เค้าจะไม่กลัวหมาตัวใหญ่เลย เวลาเราพาเค้าไปโรงพยาบาลสัตว์แล้วเค้าเจอหมาตัวใหญ่ เค้าก็จะไม่กลัวหมาตัวใหญ่เลย ชอบที่จะเอามือเข้าไปตะปบหน้าของหมาตัวใหญ่ คือเค้าตัวเล็กแต่ใจใหญ่มากๆ เลยค่ะ อย่างวันนี้ได้มาเจอกันอีกครั้ง ด้วยความที่กี้ไม่เจอเค้านานแล้ว แต่เค้าก็ยังจำกี้ได้นะคะ ตอนที่ไปรับ เค้าก็รีบวิ่งเข้ามาหา แล้ววันนี้ก็จะเห็นเลยว่าเค้าติดกี้มาก รู้ไหมคะว่าตอนนี้เค้าอายุ 14 ปีแล้วนะคะ สุขภาพเค้ายังแข็งแรงอยู่เลย 

อัพเดตชีวิตกันหน่อย ตอนนี้วิกกี้ทำอะไรอยู่บ้าง

ตอนนี้ก็พักเรื่องละครก่อน เพราะกี้ก็ต้องเลี้ยงลูกด้วย ดังนั้น งานหลักๆ ที่กี้ทำก็จะเป็นธุรกิจ LIV White Diamond ครีมเพชรและเครื่องสำอางของกี้เอง คือกี้เป็นคนชอบเรื่องความสวยความงามอยู่แล้ว ก็ไปค้นหาว่ามีสารสกัดอะไรที่แบรนด์ในเมืองไทยยังไม่มี แล้วก็ต้องเป็นอะไรที่ราคาไม่แพง จับต้องได้ ก็ไปพบว่ามีเพชรที่สามารถนำมาเป็นส่วนผสมในสกินแคร์ได้นะ แล้วยังช่วยในเรื่องของ Anti-Aging ลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำได้ด้วย ก็เลยเป็นที่มาของ LIV White Diamond เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทุกๆ ตัวจะมีส่วนผสมของเพชรในโมเลกุลที่เล็กมากๆ อย่างตัวครีมก็จะช่วยในเรื่องริ้วรอย จุดด่างดำ ถ้าเป็นตัวแป้งพอใช้แล้วก็จะเหมือนเรามีเกราะป้องกันมลภาวะอีกชั้น เป็นผลิตภัณฑ์ที่กี้ทำเองแล้วก็ใช้เองจริงๆ เรียกว่ามั่นใจในผลิตภัณฑ์ของตัวเองมาก อย่างวันนี้ถ้าได้ดูเบื้องหลังการถ่ายทำก็จะเห็นว่ากี้ใช้ผลิตภัณฑ์ตัวเองจริงๆ แล้วก็ต้องขอบคุณทีมงาน Pet Hipster มากๆ ที่ให้กี้ได้มาถ่ายแฟชั่นอะไรแบบนี้อีกครั้ง เป็นลุคที่ไม่ค่อยได้เห็นสักเท่าไหร่ ถ่ายๆ ไปยังแอบตกใจเลยว่า เอ๊ะ นี่เรามาถ่าย Pet Hipster จริงๆ เหรอ ทำไมมีความเซ็กซี่ มีความแฟชั่นมากขนาดนี้ (หัวเราะ)