BACK

จะรู้ได้อย่างไรว่าสุนัขเป็นโรคหัวใจ

จะรู้ได้อย่างไรว่าสุนัขเป็นโรคหัวใจ
 
สวัสดีเจ้าของสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักทุกท่านนะครับ สำหรับบทความในวันนี้เราจะมากล่าวถึงโรคหัวใจในสัตว์เลี้ยงที่สามารถพบเจอได้ ทั้งสุนัขพันธุ์เล็ก สุนัขพันธุ์ใหญ่ และแมวด้วยนะครับ ซึ่งทุกท่านก็คงจะเริ่มสงสัยกันแล้วใช่ไหมครับว่าสัตว์เลี้ยงของเราที่นั่งอยู่ข้างๆ เรานั้นเป็นโรคหัวใจหรือเปล่า แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเค้าเริ่มมีอาการ และใช่อาการของโรคหัวใจหรือเปล่า โดยปกติแล้วเมื่อเราพูดถึงโรคหัวใจในสัตว์เลี้ยงถือเป็นหัวข้อที่กว้างและรายละเอียดเยอะมากเพราะเราสามารถพบเจอได้ตั้งแต่แรกเกิดถึงหกเดือนแรกเราเรียกโรคหัวใจในกลุ่มนี้ว่าเป็นโรคหัวใจผิดปกติตั้งแต่กำเนิดนะครับ และอีกกลุ่มนึงคือโรคหัวใจที่เป็นตอนสัตว์เลี้ยงของเรามีอายุมากขึ้น ที่มักจะพบเจอและอาจจะเคยได้ยินผ่านหูมาบ้างว่าสุนัขเป็นโรคหัวใจโต เรามาทำความรู้จักกับโรคนี้กัน
 
โรคลิ้นหัวใจเสื่อม หรือที่เราเคยได้ยินว่าโรคหัวใจโตนั้น เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยที่เกื้อหนุนกัน ทั้งจากอายุของน้องที่มากขึ้น จากสายพันธุ์ที่มีโอกาสพบเจอ จากปัจจัยปัญหาด้านช่องปากที่อักเสบและมีคราบหินปูนเยอะล้วนแล้วแต่ส่งผลทำให้ลิ้นหัวใจด้านซ้ายเกิดการหนาตัวผิดปกติและไม่สามารถทำหน้าที่ในการปิดกั้นเลือดและส่งเลือดไปในทิศทางเดียวกันได้ และแรงดันเลือดภายในหัวใจเปลี่ยนแปลงทำให้หัวใจมีการขยายตัวออกนั่นเองครับ โดยพบว่าจากการสำรวจ สุนัขพันธุ์เล็กในประเทศไทยสามารถตรวจและพบเจอโรคนี้ได้มากกว่า 85% ในอายุเฉลี่ย 13 ปี และมักเป็นในสุนัขเพศผู้ 1.5 เท่าเมื่อเทียบกับสุนัขเพศเมีย ดังนั้นเมื่อสัตว์เลี้ยงของเราเริ่มเข้าข่ายว่าจะเป็น เราแนะนำให้พาไปตรวจเบื้องต้นโดยสัตวแพทย์ หรืออาจจะทำการวินิจฉัยเพิ่มเติมโดยการ x-ray ภาพช่องอก ร่วมกับการทำอัลตร้าซาวด์หัวใจ (echocardiography) 
 

สำหรับเจ้าของท่านใดที่พอจะเริ่มพบเห็นอาการแปลกๆ ผิดปกติ อาทิเช่น น้องหมามีอาการไอเรื้อรัง อ่อนแรง เป็นลมง่าย เหนื่อยง่ายกว่าปกติ และหายใจลำบากเช่น เวลานอนหายใจเร็วกว่าปกติหรือใช้ช่องท้องหายใจ ทั้งหมดคืออาการที่บ่งชี้ว่าควรเริ่มมีการตรวจหัวใจให้กับสุนัขของท่านแล้ว โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ครบทุกอาการ เพียงแค่ 2 อย่างขึ้นไปก็มีโอกาสเป็นได้แล้วครับ
 
สำหรับการดูแลสุนัขที่ป่วยก็จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคว่าเป็นในระยะที่เท่าไร การปรับนิสัยการเลี้ยงดูก็จะมีส่วนสำคัญถึงแม้การรักษาไม่สามารถทำให้หายขาดได้ แต่สามารถลดความรุนแรงของอาการได้ โดยการป้อนยาประจำตัวเสมอ มีการปรับการให้อาหารที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงกิจกรรมบางประเภทที่ใช้พลังงานมากเกินไป หรืออุณหภูมิการถ่ายเทของอากาศเพื่อทำให้หายใจได้สะดวก เจ้าของท่านใดที่มีสุนัขที่เป็นโรคหัวใจแล้ว หรือพึ่งทราบว่าน้องๆ เป็นโรคนี้อยู่ก็ควรมีการดูแลเค้าที่มากกว่าปกติเพื่อให้คุณภาพชีวิตของเค้าดีและมีความสุขเพื่อมีชีวิตอยู่กับเราไปนานๆ
 
ด้วยความปรารถนาดี นายสัตวแพทย์พิชัย บุญวิบูลวัฒน์