BACK

ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ บทสัมภาษณ์กวนๆ กับแมวเหมียวจอมกวนยิ่งกว่า

TIME TO SPENT WITH CATS IS NEVER WASTED

ถ้าหากคิดว่าความกวนและความติสต์ของผู้ชายที่ชื่อ “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” นั้นมีดีกรีเกินต้านทานแล้ว เราอยากให้ทุกคนได้มาเห็นเวลาเค้าอยู่กับบรรดาแมวเหมียว เพราะวันนี้ดูเหมือนซันนี่จะต้องยอมแพ้ความกวน ความติสต์ และความไม่แยแสใครของเจ้าแมวเหมียวที่ Caturday Café จนแทบจะต้องยกมือยอมแพ้ แน่นอน ถ้าเป็นแฟนคลับของซันนี่ต้องรู้อยู่แล้วว่า ถึงแม้เค้าจะยังไม่ได้มีแมวเป็นของตัวเอง แต่ผู้ชายคนนี้ก็รักแมวเสียเหลือเกิน

ทำไมซันนี่ถึงชอบแมว มองเห็นอะไรในตัวแมวเหมียวพวกนี้บ้าง

จริงๆ ผมชอบสัตว์หลายชนิดนะ แต่ว่าแมวเป็นสัตว์ที่พบเจอได้ง่าย อย่างข้างบ้านผมก็เลี้ยงแมว แล้วบุคลิกของเค้าก็ตลก หน้าตา วิธีการเดินของเค้าก็มีตัวตนเป็นของตัวเอง ผมก็เลยชอบ อีกอย่างผมชอบก็คือการที่เค้าก็มีชีวิตอิสระของเค้า เหมือนเราจะไปเป็นเจ้าของเค้าไม่ได้น่ะ หลายคนชอบถามว่า ทำไมไม่เลี้ยงเองสักตัวสองตัว ผมสงสารเค้าน่ะ เวลาเราออกจากบ้านไปไหนแล้วทิ้งเค้าไว้ ถ้าจะมีแมวมาผูกพันด้วยจริงๆ ก็เลยอยากให้เค้าอยู่แบบอิสระมากกว่า อยากจะไปไหนก็ไป ตามสบายเลย จะไปซื้อกาแฟหน้าปากซอย ไปไหนก็ได้

คิดอย่างไรกับคนที่เอาสัตว์เลี้ยงมาเลี้ยงแล้วพอเบื่อก็เอาไปปล่อยเอาไปทิ้ง

ผมว่าก็เหมือนคนเลิกกันนั่นแหละครับ แล้วก็เป็นการเลิกแบบที่ไม่รับผิดชอบความสัมพันธ์ด้วย อยู่ดีๆ ก็ปล่อยเค้าไป มันก็เหมือนกันแหละครับ ที่เห็นเค้านั่งๆ นอนๆ อยู่นี่ เค้าก็มีชีวิตจริงใจเหมือนกัน แค่เค้าพูดไม่ได้แค่เค้าบอกไม่ได้ว่ารู้สึกยังไงเท่านั้นเอง

มีสัตว์ชนิดไหนบ้างไหมที่ไม่เคยเจอแล้วอยากเจอสักครั้ง

อยากเจอม้าลายครับ เพราะข้างบ้านไม่มี หรืออูฐก็ได้นะ เพราะข้างบ้านผมก็ไม่มีอูฐ ผมชอบคำว่าอูฐมากเลยนะ เค้าใช้ ฐ เค้าคิดคำเก่งนะ แล้วพูดแล้วฮาเลยด้วย “เฮ้ย วันนี้เจออูฐ” ฮาเลย

ทำงานกับ Pet Hipster วันนี้เป็นอย่างไรบ้าง

เป็นครั้งแรกที่ผมได้ร่วมงานกับ Pet Hipster นะครับ และก็เป็นครั้งแรกด้วยที่ผมถ่ายแฟชั่นกับสัตว์แบบนี้ นี่ก็อยากจะถามเหมือนกันนะว่า เค้ามีให้ถ่ายกับยีราฟอะไรแบบนี้บ้างไหม ผมอยากถ่ายกับยีราฟมากเลย หรือจิงโจ้ก็ได้ ส่วนการทำงานวันนี้ก็ยากนะครับ ผมว่ายากสำหรับตากล้อง เพราะแมวมันเป็นสัตว์ชนิดที่ถ้าเห็นกล้องแล้วมันจะหันหนีทันที เหมือนตั้งใจแกล้งน่ะ

ซันนี่เคยให้สัมภาษณ์ว่า ในการรับบทบาทเป็นตัวละครต่างๆ จะมีตัวตนของซันนี่อยู่ในนั้นน้อยมาก

ครูเงาะ (รสสุคนธ์ กองเกตุ) ที่เป็นครูการแสดงของผม เคยบอกว่า “ทำไมซันนี่ไม่ยอมโป๊สักที” คือการโป๊ในทางการแสดงนั้นหมายถึง การที่เรามีด้านดีๆ หลายๆ อย่างในตัวเองที่ควรจะโชว์ให้คนเห็น ผมบอกครูเงาะว่า “ผมทำไม่ได้ ให้ผมโป๊ทั้งตัว ผมทำไม่ได้” เพราะผมกั๊กความเป็นตัวเองเอาไว้ คือจะให้โป๊ทีละส่วน ผมทำได้ อย่างเห็นก้นเฉยๆ เนี่ยได้ แต่ไม่ใช่เห็นก้นพร้อมถอดเสื้อ เราจะยอมเปิดเผยแค่ทีละส่วน เพราะฉะนั้น ตัวละครที่ผมแสดงมันก็จะมีความเป็นตัวผม 10 – 20 เปอร์เซ็นต์ เพราะมันเป็นการแสดงผ่านตัวเรา เป็นสิ่งที่เรารับผิดชอบ แต่จะไม่มีทางที่เราจะโป๊ไปเลย ให้ตัวละครนั้นเป็นตัวเราทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์

ในความกวนของซันนี่ที่หลายๆ คนรู้สึก เราพบว่าซันนี่ก็มีกาลเทศะ และมีความเต็มที่ในการทำงานมาก

ขอบคุณครับ ผมคิดแค่ว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งสำคัญกับชีวิตผม ถ้าเกิดผมจะไปทำอะไรไปพูดอะไร ผมจะคิดถึงหลักพวกนี้ตลอด ผมจะต้องมีมารยาทดี มีกาลเทศะ มีวิจารณญาณในการไปทำอะไรกับผู้อื่น และต้องมีวิสัยทัศน์ด้วย เดี๋ยวนี้คนเราชอบตีความในแง่ร้ายกัน “โอ๊ย ทำแบบนี้ แปลว่ามันต้องเป็นแบบนี้แน่เลย” ผมรู้สึกว่ามันขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ด้วย เพราะถ้าเราไม่มีวิสัยทัศน์ เราจะวิเคราะห์ไม่ได้เลยว่าทำไมคนคนนี้ถึงทำอะไรแบบนี้ เค้าทำแบบนี้เพราะอะไร เค้าคิดอะไรอยู่

ไม่แปลกใจเลยที่หลายๆ คนจะงงว่า ตกลงแล้วซันนี่เป็นคนตลกหรือซีเรียสกันแน่

ปล่อยให้เค้างงต่อไป แล้วแต่เค้าเลย การที่เค้าจะเข้าใจอะไรใคร มันคือ Perception (การรับรู้) เหมือนเวลาคนชอบมาบอกว่า “ไม่เห็นชอบดูการ์ตูนเลย ไม่มีสาระ” ผมว่าสาระมันอยู่ที่คนมากกว่า เหมือนอย่างเซอร์ไอแซก นิวตัน ที่แอปเปิ้ลตกใส่หัว แล้วค้นพบกฎแรงโน้มถ่วง แอปเปิ้ลไม่มีสาระอะไรเลย ทำไมเค้าคิดเรื่องกฎแรงโน้มถ่วงได้ ตัวแอปเปิ้ลมันไม่ได้มีอะไรเลย มันแค่กินแล้วอร่อย มันอยู่ที่คนหาสาระต่างหาก แล้วจะมาโทษไม่ได้ว่าเค้ามีสาระ หรือไร้สาระ หรือเค้าจะเป็นยังไง มันคือ Perception ของคุณเท่านั้นเอง