BACK

ทำความรู้จัก Soi Dog Foundation มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย

มูลนิธิ Soi Dog หรือมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอยเป็นองค์กรด้านสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งแรกเริ่มเดิมทีก่อตั้งขึ้นที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อปี พ.ศ. 2546

โดยคู่สามีภรรยาชาวอังกฤษ คุณจิลล์ และจอห์น ดัลลีย์ พร้อมด้วยเพื่อนคือ คุณมากอท์ ฮอมเบิร์ก ชาวดัตช์ โดยเมื่อ 15 ปีที่แล้ว คุณจิลล์กับคุณจอห์นปลดเกษียณและตั้งใจที่จะมาใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบที่จังหวัดภูเก็ต แต่เมื่อได้มาเห็นสภาพน่าอเนจอนาถของสุนัขและแมวจรจัดที่มีอยู่ถึงประมาณ 70,000 ตัวในขณะนั้นบนเกาะภูเก็ต ทั้งคู่จึงตั้งใจว่าจะต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อให้สุนัขและแมวเหล่านี้พ้นจากความทรมานและมีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งกลายมาเป็นปณิธานและภารกิจของมูลนิธิฯ ในปัจจุบัน

หลังจากก่อตั้งได้ 1 ปี (ปี พ.ศ. 2547) มูลนิธิ Soi Dog ยังแทบไม่มีคนทำงานหรือมีทีมงานในการจับสุนัขเพื่อทำหมันและฉีดวัคซีน

คุณจิลล์ได้ลงพื้นที่จับสุนัขเอง โดยสุนัขตัวหนึ่งถูกยาสลบและวิ่งโซซัดโซเซลงไปในหนองน้ำข้างทาง ด้วยความกลัวว่าสุนัขจะหมดสติเพราะฤทธิ์ยาและจมน้ำ คุณจิลล์จึงวิ่งตามลงไปเพื่อช่วยเหลือทันที ทว่าตัวคุณจิลล์เองกลับได้รับบาดเจ็บจากการช่วยเหลือสุนัขในครั้งนี้และได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อที่ขาจนต้องตัดขาทั้งสองข้าง แต่การสูญเสียครั้งนั้นก็ไม่ได้ทำให้เธอท้อแท้ลงเลย

ในปีเดียวกัน จังหวัดภูเก็ตก็ประสบภัยพิบัติครั้งใหญ่ เมื่อคลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มชายฝั่งพังเสียหายและมีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมาก

ขณะนั้น คุณจิลล์ คุณจอห์น และคนอีกเพียงแค่หยิบมือจากมูลนิธิฯ ได้ออกตระเวนช่วยเหลือชีวิตสุนัขและแมวที่ประสบภัยและไร้คนเหลียวแล ซึ่งภารกิจในครั้งนั้นทำให้มูลนิธิฯ เป็นที่รู้จักในต่างประเทศอย่างกว้างขวาง แม้ว่าหลังจากนั้นคุณจิลล์จะเสียชีวิตลงเมื่อปี พ.ศ. 2560 ด้วยโรคมะเร็ง เหลือเพียงแค่คุณจอห์นที่ทำหน้าที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งมูลนิธิฯ แต่เขาก็ไม่เคยหยุดยั้งที่จะสานต่อสิ่งที่ร่วมทำมากับคุณจิลล์ พร้อมกับตั้งชื่อศูนย์พักพิงที่จังหวัดภูเก็ตว่า Gill Dalley Sanctuary เพื่อเป็นการระลึกถึงความเสียสละและทุ่มเทของคุณจิลล์

ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิ Soi Dog หรือมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอยยึดหลักการ CNVR คือการจับ ทำหมัน ฉีดวัคซีน และปล่อยกลับสู่ที่เดิม ซึ่งได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลกว่ามีประสิทธิผลและมีมนุษยธรรม โดยขณะนี้ มูลนิธิ Soi Dog ได้ทำหมันสุนัขและแมวไปแล้วมากกว่า 250,000 ตัวทั่วประเทศ โดยจำนวนสุนัขจรจัดในจังหวัดภูเก็ตในปัจจุบันคาดการณ์ว่าลดลงเหลือเพียงประมาณ 6,500 ตัวแล้ว และจังหวัดภูเก็ตก็เป็นจังหวัดเดียวที่ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการว่าปลอดจากเชื้อเรบีส์ หรือโรคพิษสุนัขบ้า โดยนอกจากพื้นที่จังหวัดภูเก็ตที่เป็นพื้นที่เริ่มต้นโครงการแล้ว มูลนิธิฯ ยังมีหน่วยงานทำหมันเคลื่อนที่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นจุดใหญ่ที่ต้องเร่งควบคุมประชากรสุนัขจรจัดและโรคระบาด โดยขณะนี้มีจำนวน 4 หน่วยกระจายตัวทำงานในเขตต่างๆ ซึ่งสามารถติดตามตารางการทำงานของหน่วยทำหมันเคลื่อนที่ได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ Soi Dog Foundation

เรื่องน่าสนใจก็คือหลักการ CNVR ที่กล่าวมาข้างต้นนี้เป็นวิธีการง่ายๆ

ที่ใช้เวลาไม่เกิน 1 วัน โดยหน่วยทำหมันเคลื่อนที่จะมีทีมงานจับสุนัข ตระเวนออกไปในพื้นที่ โดยเปิดรับทั้งสุนัขที่จรจัดและมีเจ้าของ เมื่อนำมาถึงที่หน่วยแล้วก็จะมีการตรวจเช็กสุขภาพและความพร้อม ก่อนจะทำการผ่าตัด หลังจากพักฟื้นแล้ว ในช่วงบ่ายแก่ๆ ทีมงานชุดเดิมก็จะนำสุนัขจรจัดไปปล่อยกลับสู่ที่เดิมที่จับมา ที่ต้องทำเช่นนี้ ก็เพื่อเป็นการควบคุมประชากรและโรคระบาด เพราะโดยธรรมชาติแล้วสุนัขจะมีอาณาเขตเป็นของตัวเอง เมื่อสุนัขในพื้นที่ปลอดโรค ก็จะรวมตัวกันปกป้องไม่ให้สุนัขจากพื้นที่อื่นที่เป็นโรคเข้ามา ในขณะเดียวกัน เมื่อสุนัขในพื้นที่ได้รับการทำหมันถึง 80% แล้ว ประชากรสุนัขในพื้นที่นั้นๆ ก็จะค่อยๆ ลดลงตามลำดับ ในทางกลับกัน หากมีการย้ายสุนัขเจ้าถิ่นออกจากพื้นที่ ก็จะทำให้สุนัขจากถิ่นอื่นๆ เข้ามาแทนที่ในเวลาอันรวดเร็ว โดยมีความเป็นไปได้สูงที่สุนัขเหล่านี้จะยังไม่ได้รับการทำหมันหรือฉีดวัคซีน ทำให้การควบคุมโรคระบาดจะเกิดความยุ่งยากเพิ่มขึ้นอีก

นอกจากงาน CNVR ซึ่งเป็นการควบคุมประชากรและโรคในหมู่สุนัขจรจัดแล้ว มูลนิธิฯ ยังมีการรักษาพยาบาลสุนัขและแมวจรจัด โดยมีโรงพยาบาลสุนัขและแมวอยู่ที่ศูนย์ในจังหวัดภูเก็ต โรงพยาบาลรักษาสุนัขและแมวนี้มีอุปกรณ์ครบครันครอบคลุมการรักษาโรคและอาการบาดเจ็บต่างๆ ได้ รวมถึงยังมีห้องวินิจฉัยโรค ห้องเอ็กซเรย์ ห้องผ่าตัด และห้องทำกายภาพบำบัดสำหรับสุนัขที่มีปัญหาเรื่องการเดินอีกด้วย โดยรอบๆ โรงพยาบาลจะมีการแบ่งเป็นห้องๆ ให้สุนัขอาศัยระหว่างการพักฟื้น ส่วนโรงพยาบาลแมวนั้นก็กำลังขยับขยายให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับจำนวนเคสของแมวป่วยและบาดเจ็บที่มีเข้ามามากขึ้นในแต่ละวัน

มูลนิธิ Soi Dog ไม่ได้มุ่งเน้นในการรับสุนัขมาไว้ในศูนย์พักพิง แต่ในบางกรณี เช่น สุนัขที่มูลนิธิ Soi Dog ร่วมกับภาครัฐ ช่วยเหลือมาจากขบวนการค้าเนื้อสุนัข หรือกรณีสุนัขและแมวบาดเจ็บ ถูกกระทำทารุณ โดนวางยา ป่วย หรือเคยมีเจ้าของมาก่อน มูลนิธิฯ ก็จะรับไว้ในความดูแล เพราะสุนัขและแมวเหล่านี้ไม่สามารถใช้ชีวิตตามท้องถนนได้อีก โดยขณะนี้มีสุนัขและแมวประมาณ 1,000 กว่าตัว ตัวเลขมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เนื่องจากมีเคสใหม่ๆ เข้ามาและมีการอุปการะออกไป ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายในการสร้างโรงพยาบาล จัดซื้ออุปกรณ์ การดูแลรักษาพยาบาล รวมถึงภารกิจ CNVR และการดำเนินงานอื่นๆ นั้นมาจากเงินบริจาคทั้งสิ้น

สุนัขที่อาศัยในมูลนิธิ Soi Dog จะมีการแยกตามอายุและนิสัยใจคอ เช่น สุนัขแก่ ลูกสุนัข สุนัขวัยรุ่น สุนัขพันธุ์เล็ก สุนัขขี้อาย สุนัขที่ช่วยเหลือจากขบวนการค้าเนื้อสุนัข เป็นต้น เพื่อให้พวกเขาไม่เครียดและอยู่ร่วมกันอย่างสงบ โดยจะมีอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่คอยพาสุนัขเหล่านี้เดินเล่นเพื่อคลายเครียดทุกๆ วัน นอกจากนี้ ยังมีหน่วยอุปการะที่คอยหาบ้านให้กับสุนัขและแมวจากมูลนิธิฯ โดยเจ้าหน้าที่จะคอยช่วยประสานงาน หาสุนัขและแมวที่ตรงตามความต้องการของผู้อุปการะ สัมภาษณ์ถึงความพร้อม และคอยติดตามผลเป็นระยะ

เพราะมูลนิธิเชื่อว่า สุนัขและแมวทุกตัวมีความน่ารักของตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงหรือเป็นพันธุ์ต่างประเทศ มูลนิธิฯ จึงพยายามผลักดันและสื่อสารให้คนไทยได้เข้าใจในจุดนี้ นอกจากความน่ารักเฉพาะตัวแล้ว สุนัขพันธุ์ไทย หรือสุนัขพันทางธรรมดาๆ เหล่านี้ ยังมีความฉลาดแสนรู้ จงรักภักดี ที่สำคัญคือแข็งแรงและอายุยืน ไม่เป็นโรคง่ายเพราะระบบร่างกายเหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย สุนัขและแมวทุกตัวที่ทางมูลนิธิฯ กำลังหาบ้านให้ ล้วนแล้วแต่มีความพร้อมที่จะไปอยู่บ้านหลังใหม่ โดยทุกตัวจะได้รับการทำหมัน ฉีดวัคซีน กำจัดเห็บหมัด และดูแลสุขภาพร่างกาย รวมถึงสุขภาพช่องปากอย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีทีมงานปรับพฤติกรรมที่คอยฝึกฝนดูแลให้สุนัขคุ้นชินและเข้ากับคนหรือสุนัขตัวอื่นๆ ได้ดี ก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการหาบ้าน และทั้งหมดนี้ มูลนิธิฯ ไม่คิดค่าใช้จ่ายจากผู้อุปการะใดๆ ทั้งสิ้น

ในส่วนของผู้อุปการะนั้น ควรคิดให้รอบคอบและมั่นใจก่อนว่ามีความพร้อมทั้งกำลังใจ กำลังกาย กำลังทรัพย์ที่จะรับเลี้ยงสุนัขหรือแมวสักตัวเข้ามาเลี้ยง เพราะพวกเขามีชีวิตจิตใจและมีความรู้สึก จึงต้องการการดูแลและความรักอย่างเหมาะสม นอกจากความพร้อมของผู้อุปการะเองแล้ว หากมีเด็กเล็ก สมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆ อยู่แล้วที่บ้าน ก็ควรมั่นใจก่อนว่าสมาชิกในบ้านจะสามารถเข้ากับสมาชิกใหม่ได้ดี ก่อนเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ที่ฝ่ายอุปการะ หากเป็นไปได้อาจพกรูปภาพของบ้านและบริเวณบ้านมาเพื่อประกอบการพิจารณา

CONTACT

มูลนิธิ Soi Dog เพื่อสุนัขในซอย ตั้งอยู่ที่จังหวัดภูเก็ต เปิดให้เข้าเยี่ยมชมทุกวันจันทร์ – ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 9.00 – 16.00 น. และวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 8.00 – 12.00 น. ผู้สนใจสามารถเข้ามาเยี่ยมชม ดูการทำงาน และเล่นกับสุนัขและแมวได้ โดยจะมีเจ้าหน้าที่พาเดินชมรอบๆ พร้อมตอบทุกข้อสงสัย รายละเอียดเพิ่มเติม www.soidog.org/

recommended articles

Pembroke Welsh Corgi lover

เรื่องราวของความหลงใหลในสุนัขสายพันธ์คอร์กี้ ของคุณแนน ทำให้เกิดเพจน่ารักๆ จนกลายมาเป็นนัก breeder และเจ้าของฟาร์มในเวลาต่อมา

บทสัมภาษณ์ “มิว ศุภศิษฏ์” กับน้อง “ช็อปเปอร์”

จากพระเอกคู่จิ้นสู่ศิลปินเพลงป๊อปสุดฮอต ที่ไม่ว่าจะมีผลงานทางด้านไหนก็เอาใจเหล่า Mewlions (มิวเลี่ยน) ไปเต็มๆ Pet Hipster ฉบับนี้จึงนำหนุ่มหล่ออย่าง มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ มาขึ้นปกในคอนเซปต์ Reflection มาเปิดเผยอีกด้านของทัศนคติที่คุณอาจไม่รู้ และความน่ารักของน้องชอปเปอร์ หมาปอมสุดรักของหนุ่มมิว ศุภศิษฏ์ มาร่วมถ่ายแฟชั่นในเล่มนี้กันด้วย