BACK

พูดคุยกับคุณดุ๊ก ภานุเดช และน้องโคโค่

ร่วมงานกับ Pet Hipster เป็นอย่างไรบ้าง

          สนุกมากครับ คือจริงๆ ไม่ได้คิดว่าจะถ่ายแฟชั่นอะไรที่เต็มคาบขนาดนี้ รู้สึกได้เหมือนเดินเข้าไปอยู่ในซีนของหนัง ซึ่งย้อนยุคเข้ากับวัยเรา (หัวเราะ) ไม่ได้ถ่ายแบบมานานมากจริงๆ เพราะว่าช่วงหลังๆ ก็จะมาอยู่ทางด้านละคร จากเล่นละครก็มาอยู่เบื้องหลังการทำรายการอะไรแบบนี้ครับ แต่เกี่ยวกับเรื่องของแฟชั่นนี่ เรียกว่าไกลกันนานมากแล้ว วันนี้นอกจากโคโค่แล้วก็มีวอนโก้มาด้วย ก็มีหลายซ็อตนะที่เค้าทำได้ดี ไม่ทำให้ปะป๊าผิดหวัง

น้องโคโค่มาอยู่กับพี่ดุ๊กได้อย่างไร

          หลานเป็นคนพามาครับ ซึ่งโคโค่เค้าก็เดินทางมาจากเมืองจีนตอน 4 เดือน ตอนนั้นก็ตัวใหญ่แล้วประมาณหนึ่ง คือเวลาเราอยากได้สุนัขเราก็เข้าไปดูในเพจต่างๆ เขาก็จะมีรูปให้ดู ก็พูดคุยกัน จนกระทั่งมาเจอตัวก็คิดว่ามันไม่เหมือนกับในรูป คือเค้าโทรมมากเค้าดูป่วยๆ แล้วก็มีโรคผิวหนัง เราเลยรีบพาไปหาหมอ ปรากฏว่าเป็นพาร์โวลำไส้อักเสบ ซึ่งมันเสี่ยงมากคือถ้าลูกสุนัขเป็นโอกาสที่จะไม่รอดเยอะมาก โชคดีที่เรารีบไปหาหมอ ยังไงเค้าก็เป็นของเรา เราปล่อยเค้าไปไม่ได้หรอก เราต้องดูแลเค้าให้ดีที่สุด จากนั้นก็เริ่มเห็นความซนในร่างยักษ์ของเค้ามากขึ้น โตเร็วมาก หลายคนที่ติดตามเค้าก็จะรู้สึกแบบจะเอ็นดูความเป็นเบบี้ในร่างยักษ์ของเค้าอะไรแบบนี้ครับ

#โคโค่เป็นหมาของพี่ดุ๊ก ตรงนี้มีส่วนเติมเต็มให้คุณดุ๊กอย่างไรบ้าง

          เริ่มจากหลานที่ชื่อ บ็อบ เขาเห็นเราเล่นกับโคโค่แล้วบอกว่า อาถ่ายคลิปเอาไว้หน่อย เราก็เลยถ่ายเป็นวีดีโอก็เล่นกับเค้าเหมือนปกติ แล้วก็เอาไปลง ปรากฏว่ามีคนแชร์กันเยอะ มีฟีดแบคถล่มถลายมาก ก็คงเอ็นดูความเป็นเด็กยักษ์ของเค้าอะ จริงๆ คนเลี้ยงหมาก็จะมีความผูกพันกับหมา เค้าเติมเต็มหลายๆ อย่าง ทำให้คนหันมามองเราอีกมุมหนึ่ง หลายคนติดภาพพี่จากการเป็นตัวร้าย แต่พอเขาเห็นพี่กับโคโค่แล้วเขาก็จะแบบ เฮ้ย! พี่เป็นคนอย่างนี้หรอ แล้วก็หันมารู้สึกดีกับเรา บางคนก็บอกว่าเคยเกลียดเรามากจากละคร ตอนนี้รักแล้ว และเราก็รู้สึกอยากขอบคุณโคโค่ที่นำความรู้สึกดีๆ เข้ามาในชีวิตเรา

 

 

 

 

พี่ดุ๊กกับโครงการช่วยเหลือสุนัขจรจัดเกิดขึ้นได้อย่างไร

          มันเป็นสิ่งที่พี่คุยกับหลานไว้นานแล้วว่าอยากจะช่วยสุนัขจรจัด ซึ่งเราได้แรงบันดาในการที่ทำอะไรต่างๆ เพื่อสังคมจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จริงๆ แล้วพระองค์ท่านทรงทำให้เห็นก่อน แล้วเรารู้สึกว่า ในฐานะที่เราเป็นสื่อเป็นนักแสดงมีคนติดตาม พี่ก็อยากเป็นตัวอย่างที่ดีทำสิ่งที่ดี ก็เลยใช้งานศิลปะของพี่ทำกิจกรรมเพื่อส่วนรวมมาเยอะแยะมากมาย ตอนนี้ก็มีการรณรงค์ลดโลกร้อน เลยเขียนรูปโคโค่สกีนลงบนถุงผ้า แล้วชวนแฟนๆ ไปช่วยกันอุดหนุนถุงผ้าเพื่อนำรายได้ไปช่วยสุนัขจรจัดตามมูลนิธิ เช่น the voice หรือ watchdog thailand แล้วตอนนี้เราก็โฟกัสไปที่บ้านต่างๆ ลุงๆ ป้าๆ ที่ลำบากหรือตามวัด คือตอนนี้เราผลิตถุงผ้ามาประมาณ 3,000 ถุง สามารถแอดไลน์เข้ามาสั่งซื้อได้ คือเราขอหักต้นทุน 50 บาท ถ้าเกิดสั่งทางไลน์จะมีค่าส่งด้วย พี่ก็จะสื่อสารผ่านทางเพจและ IG เพื่อให้คนที่รักโคโค่ รักเรา รักครอบครัวของเราได้ทำบุญกับเรา ให้เขาได้รับรู้ว่าเราทำจริงๆ

คิดเห็นอย่างไรกับสุนัขคือรักที่มั่นคง

          เค้าไม่เคยโกหกเรานะ เค้ารู้สึกยังไงเขาก็แสดงออกแบบนั้น ไม่ว่าจะวันไหนก็ตามเราจะรู้สึกว่าเค้าคิดถึงเรา เค้ามีเราตลอดเวลา ผมจึงเชื่อในสิ่งที่หลายๆ คนค้นพบมาว่า จริงๆ แล้วสุนัขเค้าซื่อสัตย์กับเรา เค้าจริงใจกับเราที่สุด ถ้าเทียบกับคนแล้วนะครับ บางทีเราก็เดาไม่ออกหรอกว่าคนที่เราคบหาสมาคมเขาคิดอะไรอยู่ แต่ถ้าสุนัขเนี่ย เรารู้เลยว่าเค้ารู้สึกยังไงเค้าแสดงอย่างนั้น มันก็เลยทำให้รู้สึกว่าเราอยู่กับเค้าเราไว้ใจ สบายใจ เรามีความสุข