BACK

“ล่า” ค่านิยมผิดๆ ที่แลกมาด้วยชีวิต

กระแสต่อต้านการล่าสัตว์ในประเทศถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง

เมื่อเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวก 3 คน เมื่อวันที่ 4 กุภาพันธ์ ที่ผ่านมา หลังเข้าไปตั้งแคมป์พร้อมลักลอบล่าสัตว์ และถูกตรวจพบอาวุธปืนและเครื่องกระสุนพร้อมซากสัตว์หลายรายการ รวมถึง “เสือดำ” ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ทำให้สังคมตั้งคำถามว่าในยุคที่มนุษย์ไม่มีความจำเป็นต้องล่าสัตว์เพื่อยังชีพ เหตุใดถึงยังคงมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอยู่

มนุษย์เริ่มล่าสัตว์เพื่อดำรงชีพตั้งแต่สมัยก่อนประวัตศาสตร์ ในยุคหินเก่า ราว 2,000,000 – 8,000 ปีก่อนคริสตกาล

ก่อนจะมีการคิดค้นการปลูกข้าวและการเลี้ยงสัตว์ครั้งแรกในยุคหินใหม่ หรือราว 8,000 – 4,000 ปี ก่อนคริสตกาล ทำให้การดำรงชีวิตของมนุษย์เปลี่ยนจากผู้ล่าไปเป็นผู้ผลิต และจุดประสงค์ของการล่าสัตว์ก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน โดยเมื่อเข้าสู่โลกยุคหลัง ในช่วงหลักร้อยปีมานี้ การล่าสัตว์กลายเป็น “กีฬา” เพื่อความบันเทิง เป็นงานอดิเรก ซึ่งเป็นค่านิยมของชาวตะวันตกโดยเฉพาะ “ชนชั้นสูง” โดยยุคนั้นถือว่าเป็นการกระทำที่แสดงความเป็นชายชาตรี

ต่อมาเมื่อหลายๆ ประเทศเริ่มเห็นว่าเมื่อเศรษฐกิจโลกและการค้าระหว่างประเทศได้พัฒนาไปมากกว่าแต่ก่อน

และทรัพยากรธรรมชาติก็ถูกทำลายจนก่อให้เกิดผลต่อระบบนิเวศ จึงเริ่มมีแนวคิดเกี่ยวกับสิทธิสัตว์ขึ้น ซึ่งอังกฤษ ถือเป็นประเทศแรกๆ ที่ออกกฎหมายสิทธิสัตว์ แต่สัตว์ที่ได้รับความคุ้มครองในยุคนั้นมีเพียง สัตว์เลี้ยง จากนั้นในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการก่อตั้งองค์กร International Union for Conservation of Nature ซึ่งเป็นองค์กรระดับนานาชาติเพื่อรักษาธรรมชาติ กระทั่งเกิดสนธิสัญญา CITES ที่รวบรวมรายชื่อพืชและสัตว์ป่าต่างๆ ที่ใกล้สูญพันธุ์ ต้องอนุรักษ์ไว้ ห้ามทำลาย ห้ามนำส่วนต่างๆ ของสัตว์มาค้าขาย โดยมีการลงนามครั้งแรกในปี 1973 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการคุ้มครองสัตว์ป่าในระดับนานาชาติ

การล่าสัตว์ในประเทศไทย

อ้างอิงจากบทความชุด “กำเนิดกฎหมายสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 และกฎหมายอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504” โดย ธนพล สาระนาค ประธานชมรมอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติ มีหลักฐานเป็นเรื่องเล่าเกี่ยวกับการล่าสัตว์เพื่อความบันเทิงของมนุษย์หลายเรื่อง อาทิ สรศัลย์ แพ่งสภา (2463-2552) นักเขียนสารคดีชั้นครูของไทย เคยบรรยายไว้ว่า

“ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เมืองไทยมีการล่าสัตว์เป็นปกติ ฝรั่งที่เข้ามารับราชการ ข้าราชการสถานทูต รวมทั้งพ่อค้าวานิช ต่างก็ออกป่าล่าสัตว์เป็นการพักผ่อนและคบค้าสมาคมกับพรานไทย การล่าสัตว์มีกฎเกณฑ์ที่พรานพึงปฏิบัติ แม้ไม่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร แต่อาศัยสัญญาสุภาพบุรุษเป็นหลัก พรานต้องให้โอกาสแก่สัตว์ที่บางครั้งก็กลับมาเป็นคู่ต่อสู้ระหว่างกันให้ชัดว่าจะล่า เสือ กระทิง วัวแดง หรือตัวอะไร ไม่ใช่ยิงเป็นพรานอาชีพ ยิงเนื้อขาย”

ค่านิยมการล่าสัตว์ได้เปลี่ยนไปตั้งแต่ปลายสงครามโลกครั้งที่ 2

โดยเรื่องเล่าจาก นพ.บุญส่ง เลขะกุล (2450-2535) นายแพทย์ผู้บุกเบิกงานอนุรักษ์ธรรมชาติในสังคมไทย ระบุว่า หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติ อาวุธ พาหนะ และอุปกรณ์ที่เคยถูกใช้ในการรบราฆ่าฟันระหว่างมนุษย์ด้วยกัน ถูกนำมาขายในราคาถูกๆ กลายเป็นเครื่องมือประหัตประหารชีวิตสัตว์ป่านานาชนิด แถมเป็นการ “ยิงเอามันส์” ไม่ใช่การล่าแบบมีธรรมเนียม มีมารยาทอย่างยุคก่อนหน้า จนสัตว์ป่าที่มีอยู่มากในป่าหายไปเกือบหมดสิ้น

จากวิกฤติที่เกิดขึ้น นพ.บุญส่ง และกลุ่มคนที่เห็นพ้องต้องกันในนาม “นิยมไพรสมาคม”

พยายามผลักดันประเด็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 2490 เป็นต้นมา จนมาสำเร็จในปี 2503 หรือ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2503 และใช้มาเป็นเวลา 32 ปี ก่อนจะเปลี่ยนเป็น พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ซึ่งเป็นฉบับที่มีผลบังคับใช้มาจนถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนประชากรสัตว์ป่าไม่มาก จึงไม่สามารถล่าสัตว์เพื่อเกมกีฬาได้

และการล่าสัตว์ป่าถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย แต่หลายประเทศยังคงอนุญาตให้มีการล่าสัตว์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อประโยชน์ในการควบคุมจำนวนประชากรสัตว์ เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศน์ หรือแม้แต่ในเชิงการท่องเที่ยว แต่ถึงจะไม่ผิดกฎหมายก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีกระแสต่อต้านในประเทศนั้นๆ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะทนเห็นชีวิตๆ หนึ่งต้องตายไปเพียงเพื่อปรนเปรอความสุขของใคร

recommended articles

Pembroke Welsh Corgi lover

เรื่องราวของความหลงใหลในสุนัขสายพันธ์คอร์กี้ ของคุณแนน ทำให้เกิดเพจน่ารักๆ จนกลายมาเป็นนัก breeder และเจ้าของฟาร์มในเวลาต่อมา

บทสัมภาษณ์ “มิว ศุภศิษฏ์” กับน้อง “ช็อปเปอร์”

จากพระเอกคู่จิ้นสู่ศิลปินเพลงป๊อปสุดฮอต ที่ไม่ว่าจะมีผลงานทางด้านไหนก็เอาใจเหล่า Mewlions (มิวเลี่ยน) ไปเต็มๆ Pet Hipster ฉบับนี้จึงนำหนุ่มหล่ออย่าง มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ มาขึ้นปกในคอนเซปต์ Reflection มาเปิดเผยอีกด้านของทัศนคติที่คุณอาจไม่รู้ และความน่ารักของน้องชอปเปอร์ หมาปอมสุดรักของหนุ่มมิว ศุภศิษฏ์ มาร่วมถ่ายแฟชั่นในเล่มนี้กันด้วย