BACK

สัมผัสด้านอ่อนโยนในตัวป๋อมแป๋ม – นิติ ชัยชิตาทร คุณแม่ของกระต่ายเป๊ปเปอร์

ในขณะที่น้องหมาน้องแมวครองพื้นที่ในโลกโซเชียลและในพื้นที่ Pet Space ต่างๆ แต่ก็ใช่ว่าสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักอย่างกระต่ายจะถูกหมางเมิน

อย่างน้อยๆ เจ้ากระต่ายอย่าง “เป๊ปเปอร์” ผู้เป็นเจ้าของแฮชแท็ก #เป๊ปเปอร์กระต่ายยาย ก็เป็นที่รักของทั้งผู้คนในโลกโซเชียล และ “ป๋อมแป๋ม – นิติ ชัยชิตาทร” ผู้เป็นแม่ของเป๊ปเปอร์ก็ทั้งรักและหลงกระต่ายตัวนี้หมดหัวใจ

ไม่ใช่เรื่องเกินคาดเดาที่เราจะได้ยินเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากดังตลอดการสนทนากับพิธีกรอารมณ์ดีแห่งรายการ “เทยเที่ยวไทย” และ “ทอล์ก-กะ-เทย ONE NIGHT” คนนี้ แต่เรื่องเซอร์ไพรส์ก็คือเราได้สัมผัสด้านอ่อนโยนในตัวป๋อมแป๋มผ่านเรื่องราวความรักความสัมพันธ์ที่เค้ามีให้กับเป๊ปเปอร์ด้วย

กระต่ายสัตว์เลี้ยงในความฝันของป๋อมแป๋ม

จริงๆ เราอยากเลี้ยงกระต่ายมานานมากแล้วแหละ ตอนเด็กๆ จะมีพี่คนนึงที่บ้านเค้าเลี้ยงกระต่ายแล้วเราก็ชอบไปเล่น แล้วลูกพี่ลูกน้องที่บ้านอยู่ตรงข้ามกันเค้าก็เลี้ยงกระต่าย เพราะฉะนั้น ความทรงจำเกี่ยวกับกระต่ายของเราจะเป็นอะไรที่ดีๆ แล้วเพื่อนสนิทเราก็เลี้ยงกระต่ายพันธุ์ฮอลแลนด์ลอป ซึ่งมันก็น่ารักมาก เราก็อยากเลี้ยงแล้วล่ะ แต่ที่ทางมันก็ยังไม่พร้อม ก็จะใช้การไปติดตามพวกแฟนเพจกระต่ายต่างๆ ไปดูไปกดไลค์แทน จนกระทั่งย้ายคอนโดมาที่ใหม่ ซึ่งกว้างขึ้นและอนุญาตให้เลี้ยงสัตว์ได้ พอปีใหม่ก็ตัดสินใจเริ่มชีวิตใหม่ด้วยการมีภาระ เป็นเป๊ปเปอร์ตัวนี้ แต่จริงๆ เค้าก็ไม่ได้ต้องการการดูแลตลอดเวลาเป็นภาระของเราอะไรขนาดนั้นนะ แค่อาหารตอนเช้าตอนเย็น เก็บขี้ใต้กรงไปทิ้ง หรืออย่างช่วงเค้าเด็กๆ ก็อุ้มเล่นกับเค้าสักพักนึง 10 – 20 นาทีก่อนเราออกไปทำงาน ดูเรื่องกรงให้สะอาด มีอากาศถ่ายเท มีอุณหภูมิที่เหมาะสมเท่านั้นเอง เพราะเค้าไม่ได้เป็นสัตว์ที่ต้องอยู่ติดกับเราตลอดเวลาอยู่แล้ว

ชีวิตเปลี่ยนไปแค่ไหนหลังจากมีเป๊ปเปอร์

อย่างแรกที่เปลี่ยนคือตื่นเช้าขึ้น ก็จะมีกิจวัตรประจำวันคือต้องตื่นเช้าเพื่อมาให้อาหารกระต่าย เราก็จะนั่งกินกาแฟ ดูข่าว แล้วก็เล่นกับเค้าอย่างน้อยๆ ก็ครึ่งชั่วโมงก่อนออกจากบ้าน ที่เปลี่ยนไปอีกอย่างก็คือเราจะไม่ค่อยอยากออกจากบ้านไปไหนไกลๆ นานๆ คือเคยอยู่หนนึง ตอนนั้นเค้าเพิ่งจะอยู่กับเราประมาณ 3 เดือน เริ่มติดเราแล้ว แล้วเราก็ต้องไปญี่ปุ่นประมาณสัปดาห์นึง พอกลับมา เหมือนเค้ามึนตึงใส่เราไปเลยอ่ะ แล้วเราก็เสียใจมากอ่ะ เหมือนแม่ที่ลูกไม่รักอ่ะ เรียกก็ไม่มาเล่นด้วย กว่าจะบิลด์ได้ใหม่อ่ะ (หัวเราะ) ก็เลยไม่อยากไปไหนไกล อีกอย่างก็น่าจะรู้ว่าเราเป็นคนชอบกินชอบดื่ม ก็เปลี่ยนไป คือไม่ใช่ว่ากินน้อยลงนะจ๊ะ แต่ย้ายมาดื่มที่บ้าน (หัวเราะ)

อะไรบ้างที่คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับการเลี้ยงกระต่าย

คนจะชอบคิดว่ามันต้องการการดูแลตลอดเวลานะ ซึ่งก็ไม่นะ ก็ดูแลไปตามสมควร อย่างที่บอกไป แล้วก็จะมีความเชื่อเรื่องกระต่ายตายง่าย ตกใจง่าย แค่ฟ้าผ่าก็ตายแล้ว นี่ไม่มีเลยค่ะ เวลาฟ้าผ่า นั่งตาแป๋ว (หัวเราะ) หรืออย่างเรื่องอาหารการกินที่ชอบคิดว่ากระต่ายต้องกินแครอท กระต่ายต้องกินผักบุ้ง ซึ่งจริงๆ อาหารที่เหมาะกับเค้าที่สุดคือหญ้าแห้ง ซึ่งจะทำให้ไม่มีปัญหาในเรื่องการขับถ่าย แล้วเราก็เสริมด้วยอาหารเม็ด อึก็จะเป็นก้อนกลมสวย สามารถหยิบด้วยมือเปล่าได้โดยไม่เปรอะมือ เก็บอึกระต่ายแล้วเราก็ยังสามารถนั่งแทะปีกไก่ด้วยมือเปล่าของเราเองได้ต่อเลย (หัวเราะ) แต่อย่างความเข้าใจว่ากระต่ายอึเยอะ อันนี้ยอมรับว่าจริง แต่ข้อดีคืออึเค้าไม่เหม็น ซึ่งอึของกระต่ายบางตัวก็อาจจะเหม็นได้ ถ้าท่านให้เค้ากินผักบุ้งหรือแครอทสด และความเข้าใจผิดที่ใหญ่หลวงอีกอย่างนึงก็คือ คนชอบคิดว่ากระต่ายโง่ มันจำเจ้าของไม่ได้หรอก จริงๆ มันจำได้นะ แล้วถ้าฝึกดีๆ เค้าก็เหมือนหมาเลยอ่ะ อย่างเป๊ปเปอร์เค้าก็จุ๊บปากเราเป็นนะ

คิดจะหาเพื่อนให้เป๊ปเปอร์เพิ่มอีกสักตัวสองตัวไหม

ตอนนี้คงยัง เพราะเราเพิ่งเลี้ยงเค้ามาได้ 8 – 9 เดือน เรายังถือเป็นมือใหม่สำหรับการเลี้ยงกระต่ายมาก เอาให้เลี้ยงให้เซียนก่อน ให้เค้าอยู่ได้ยาวๆ แข็งแรง เราอาจจะหาน้องมาให้เค้าดูแลอีกสักตัวนึง คือตอนนี้เราก็รู้สึกแล้วนะว่าเค้าเป็นลูกเรา เราก็จะเรียกตัวเองว่าแม่ แล้วก็จะมีความอ่อนโยน เป็นห่วง วันไหนเค้าไม่กินข้าวก็ต้องโทรถามคนอื่นๆ ว่าทำยังไงดี ทำไมลูกไม่ยอมกินข้าว (หัวเราะ) แล้วก็มีเสียงสะท้อนจากคนรอบข้างมาเหมือนกันว่าเราเปลี่ยนไป ใจเย็นขึ้น ดุน้อยลง อย่างนึงคงเป็นเพราะกระต่ายมันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่ดีดนิ้วก็มาเหมือนหมาเหมือนแมว เราต้องใช้ความอดทนกับเค้านิดนึง แค่เค้าวิ่งแล้วกระโดดเข้าไปอยู่ใต้เตียงของเราเนี่ย กว่าจะเอาเค้าออกมาได้ แค่นี้เราก็ต้องใช้ความอดทนมากจริงๆ (หัวเราะ)

นอกจากเรื่องการมีเป๊ปเปอร์เข้ามาในชีวิต ดูเหมือนปีที่ผ่านมาจนถึงปีนี้เป็นปีที่ดีของป๋อมแป๋มนะ

คือเหมือนกับว่าเป็นปีที่คนเริ่มมองเห็นเราเป็นป๋อมแป๋มจริงๆ ไมได้เป็นเทยเที่ยวไทย ซึ่งไม่ได้แปลว่าเทยเที่ยวไทยไม่ดีนะ เพียงแต่เหมือนกับว่าคนจะมองเห็นความเป็นตัวเรามากขึ้น และมองเห็นว่าเราเป็นคนที่ประกอบอาชีพพิธีกร ไม่ได้มองว่าเป็นกะเทยที่เป็นพิธีกร มันก็เป็นเรื่องที่ดี และพอปีที่แล้วเราได้ไปเล่นละครเล่นซีรี่ส์ 3 เรื่อง ก็ค้นพบว่าไม่ชอบ ก็ได้ตัด Choice ในชีวิตออกไปอีกหนึ่งอย่าง ถามว่าสนุกไหม มันก็สนุก แต่รู้สึกว่ามันไม่ใช่ทางเราเท่าไหร่ เราพบว่าเราไม่ใช่นักแสดงทีวีจริงๆ ที่ดีดนิ้วแล้วเล่นได้ทันที คือก็อาจจะขอพักก่อนในตอนนี้

แล้วมองว่าสังคมไทยกับคำว่า LGBT (เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กช่วล และคนข้ามเพศ) ในวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง

เรามองว่ามันดีขึ้นเรื่อยๆ ในเชิงการยอมรับ และมันก็มีกระบวนการที่ทำให้รู้สึกว่าการเป็นเกย์กะเทยเป็นเรื่องปกติ เพราะเราก็อยู่ร่วมกันมานาน แต่ก็มีสิ่งที่เป็นห่วงอยู่บ้างเหมือนกัน คือเราควรจะทำให้การเป็นเพศนี้มันเป็นเหมือนเรื่องปกติธรรมดา ไม่ใช่เรื่องวิเศษวิโส การที่เราเคยบอกว่า “การเป็นเกย์เป็นกะเทยมันดีเพราะอะไร” มันเคยเวิร์กมาก ในวันที่เราต้องต่อสู้ว่าการเป็นแบบนี้มันไม่ผิดนะ แต่ในวันที่เราอยากจะ Blend In หรืออยู่ร่วมกับเค้าได้อย่างกลมกลืน เราเองก็ต้องไม่ยกตนข่มท่านน่ะ เราต้องไม่บอกว่าการเป็นเพศนี้ของเรานั้นดีกว่าการเป็นเพศอื่น เพศนี้เป็นเพศที่ครีเอทีฟกว่าใคร ไม่ใช่นะ! เราก็มีเพื่อนกะเทยที่เฉิ่มมาก คือถ้าเราต้องการให้มันเป็นเรื่องปกติ เราก็ต้องมองให้เป็นเรื่องปกติ เราต้องไม่ Take ว่านี่คือกลุ่มคนที่เลิศเลอ ลองหรี่ความยกตนข่มท่านของเราลงมาบ้าง เราพยายามต่อสู้มาตลอดว่ากะเทยคือมนุษย์ มีดีมีเลว ไม่ใช่เหรอ ในวันที่เราเคยถูกมองว่าเป็นเชื้อโรค ไม่ได้รับการยอมรับ เป็นคนชายขอบ เราก็พยายามสู้จนได้รับการยอมรับ แล้วในวันนี้ ถ้าเรายังย้ำเสมอว่าเราเหนือกว่า เราเป็นเทพ สุดท้ายเราก็จะถูกผลักไปอยู่อีกด้านของการเป็นชายขอบอยู่ดี

อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของป๋อมแป๋มและชมภาพแฟชั่นแบบเต็มๆ ได้ใน Pet Hipster ฉบับตุลาคม วางแผงแล้ววันนี้