BACK

สัมภาษณ์พิเศษนอกรอบ เรื่องสนุกๆ ของ “เชียร์” กับ “น้องขาว” และ “ไม้หมอน” [ไม่มีในฉบับตีพิมพ์]

ด้วยพื้นที่อันจำกัดของนิตยสาร ทำให้เราไม่สามารถตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ของ “เชียร์ – ฑิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์” ได้ครบทั้งหมด ดังนั้น จึงขอใช้พื้นที่นี้ถ่ายทอดความรักความผูกพัน และเรื่องราวสนุกๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเชียร์ และ “น้องขาว” สุนัขที่ประสบอุบัติเหตุจนปากแหว่งหายไป รวมถึง “ไม้หมอน” สุนัขอีกตัวที่ประสบอุบัติเหตุจนเหลือเพียง 3 ขา ซึ่งกลายมาเป็นสมาชิกในครอบครัวของเชียร์

นอกจาก “ขาว” แล้ว มาคุยถึง “ไม้หมอน” บ้าง สุนัขอีกตัวที่เชียร์ดูแล ซึ่งก็เป็นสุนัขที่ประสบอุบัติเหตุมาเหมือนกัน

ไม้หมอนเค้ามาอยู่กับเชียร์ก่อนขาวอีกนะคะ เคสนี้มาจากโครงการเพื่อนข้างถนนค่ะ เค้าไปเจอหมาวัดตัวนึง อายุ 3 เดือน ถูกรถชน แล้วก็ไปหลบซ่อนตัวอยู่จนแผลมันเน่า โชคดีที่โครงการเพื่อนข้างถนนไปเจอ ซึ่งเคสนี้ก็เกือบไม่รอดเหมือนกัน เพราะแผลมันเน่าจนต้องตัดขา ถามว่าเชียร์มารู้จักกับไม้หมอนได้ยังไง ก็พี่ท็อป ดารณีนุช (ปสุตนาวิน) เลยค่ะ เป็นคนที่คอยช่วยเหลืออะไรแบบนี้อยู่ตลอด เค้าก็จะนำข่าวสารมาบอกพวกเรา ทั้งเชียร์, พี่อ้น ศรีพรรณ (ชื่นชมบูรณ์), พี่เอ๋ พรทิพย์ (สกิดใจ), พี่ไก่ สมพล (ปิยะพงศ์สิริ) ตอนนั้นเราทำรายการ “คันปาก” กันอยู่ ก็มีเคสอย่างนี้มาให้ลงตังค์ช่วยเหลือกันตลอดอยู่แล้ว แต่พอมาถึงเคสนี้ เชียร์รู้สึกว่า เฮ้ย หมา 3 เดือน แล้วมีแค่ 3 ขา มันดูน่าสงสารจังเลย ก็อยากไปเยี่ยมน้อง แล้วพอไปเจอ ก็เหมือนชะตาฟ้าลิขิตอีก เดินตามเรา เราก็ “เฮ้ย ทำไมเดินตามเราขนาดนี้” แล้วตอนนั้นเชียร์ยังไม่เคยเลี้ยงสุนัขเป็นของตัวเองแบบจริงจังเลยสักตัว แต่มันก็มีความรู้สึกอะไรบางอย่างที่มีความเชื่อมโยงถึงกันเกิดขึ้น เชียร์ก็เข้าไปจับหน้าเค้า แล้วมันมีจังหวะที่เค้าช้อนตาขึ้นมามอง พอตาต่อตามาประสานกันนั่นแหละ “เอากลับบ้านเลย เดี๋ยวเชียร์เลี้ยงเอง ตัวนี้” ทั้งๆ ที่ตอนนั้นบ้านเชียร์หลังเดิมยังเป็นตึกแถวอยู่ เราก็ยังเคยคิดกันเองในบ้านเลยว่า บ้านตึกแถวมันจะเป็นข้อจำกัดในการเลี้ยงสัตว์หรือเปล่า แต่ปรากฏว่า ไม้หมอน ทำให้เรารู้สึกว่า ไม่มีข้อจำกัดอะไรเลย เราเลี้ยงเค้าได้ดีแน่ๆ มันเป็นความมั่นใจยังไงก็ไม่รู้ ไม่ถามใครเลย ไม่ถามที่บ้านด้วยว่าโอเคหรือเปล่า (หัวเราะ) แต่จริงๆ การอุปการะที่ดีก็ควรจะต้องถามสมาชิกในบ้านด้วยเช่นกันนะคะ ก็โชคดีอีกอย่างที่พอเชียร์เอาไม้หมอนกลับมาบ้านปุ๊บ ทุกคนเห็นพ้องตรงกันว่า โอเค จะเลี้ยง!

ที่เราตัดสินใจอย่างแน่ใจ เพราะว่าใจเราพร้อมที่จะดูแลจริงๆ ใจเราอดไม่ได้ที่จะเห็นหนึ่งชีวิตตรงหน้าไปใช้ชีวิตอยู่ริมถนน นี่คือความพร้อมของเชียร์ เราพร้อมที่จะรับผิดชอบชีวิตนี้ ไม่ให้เค้าต้องไปลำบาก ระหกระเหินเหมือนที่เค้าเคยเป็น มันไม่ใช่ความรู้สึกน่ารักจังเลย อยากเลี้ยง แต่สำหรับเชียร์คือความพร้อมจะรับผิดชอบชีวิตนี้ ฉะนั้น เราก็เลยรู้สึกว่าเค้าไม่ใช่เรื่องเหนื่อย ไม่ใช่ภาระ แต่ถ้าใครที่ยังคิดว่า เอ๊ะ จะเลี้ยงดีไหม จะอย่างนั้นอย่างนี้ไหม ก็ลองไปคิดพิจารณาใหม่ดีกว่า แสดงว่ามันยังมีข้อจำกัดบางอย่างที่มันคานกับความอยากเลี้ยงของเราอยู่ ก็ต้องแยกนิดนึงนะคะ บางทีเห็นตัวไหนน่ารัก ความอยากเลี้ยงมันก็มีอยู่แล้ว แต่ความอยากกับความเป็นจริงว่าเราสามารถเลี้ยงเค้าได้หรือเปล่า ต้องมาชั่งน้ำหนักดูค่ะ แล้วก็ต้องคำนึงให้เยอะๆ ถึงเรื่องค่าใช้จ่ายในการดูแล มันไม่ได้น้อย โดยเฉพาะค่ารักษา อย่างไม้หมอนเนี่ย หมดไปหลายแสน ขาวนี่หมดไปไม่รู้เท่าไหร่ ไม่ต้องคิดเลย แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นเงินทั้งจากที่มีการบริจาคและจากที่เชียร์พาไปหาด้วยนะคะ

 

เรื่องสนุกๆ ของไม้หมอนกับขาว

ไม้หมอนเป็นหมาที่มีความกวนมากนะคะ อย่างมีอยู่ช่วงนึงที่เราไปฝากไว้กับโรงพยาบาลสัตว์ เพราะน้องต้องตัดกระดูกที่แผลซ้ำอีก เป็นเรื่องใหญ่ ปรากฎว่าอยู่ไปสัก 2 – 3 อาทิตย์ได้ เราเดินเข้าไปปุ๊บ เอ๊ะ ทำไมไม้หมอนอยู่ข้างนอก เราก็เลยถามว่า “โทษนะคะ ให้ไม้หมอนออกมาเดินเล่นเหรอคะ ทำไมไม่อยู่ในกรงเหมือนตัวอื่น” เค้าก็ตะโกนมาบอกว่า “อ๋อ ไม้หมอนเค้าเปิดกรงเอง ออกมาเดินเล่นประจำน่ะค่ะ” คือเปิดกรงเองจนเป็นเรื่องปกติ เชียร์ก็แบบ เฮ้ย หมาจะเปิดกรงเองได้ยังไง เพราะตัวล็อกมันอยู่ข้างนอก เค้าก็บอกว่า เนี่ยค่ะ เค้าเปิดทุกวัน เค้าเปิดเอง แล้วก็ไม่ได้เปิดให้ตัวเองอย่างเดียวนะคะ เปิดให้ตัวอื่นด้วย เฮ้ย ทำไมไม้หมอนมันฉลาดอย่างนี้ แล้วเปิดได้ยังไง เราก็เลยไปแอบดูเค้า คือตัวข้างนอกมันเป็นสปริงล็อก ลำพังแค่มือไม้หมอนเค้าก็เอาออกจากกรงไม่ได้แล้ว แต่เค้าใช้วิธีเขี่ย เหมือนเอาเล็บเขี่ยให้ล็อกมันหลุด เค้าคงจะเห็นคนทำน่ะค่ะ ก็เลยทำตาม มันเป็นการเรียนรู้ที่ทำได้ยังไงอ่ะ เป็นหนึ่งความแสบของไม้หมอน

ส่วนขาวเนี่ย จะเป็นเหมือนลูกกระจ๊อกน่ะค่ะ ในบ้านเนี่ย ไม้หมอนจะเป็นเจ้ใหญ่ แล้วก็จะมีหมาอีกตัวที่เชียร์เลี้ยง เค้าจะตัวใหญ่เลย แต่เป็นหมาขี้กลัว จะกลัวไม้หมอน เพราะเค้ามาอยู่ตั้งแต่เด็กแล้วก็คิดว่าตัวเองยังตัวเล็กอยู่ ทั้งที่จริงแล้ว แค่เค้าวิ่งชน ตัวไม้หมอนก็ปลิวแล้ว ส่วนขาวเนี่ย ปกติจะสู้ตัวนี้ไม่ได้ แต่พอไม้หมอนมา เจ้าตัวใหญ่นี่ก็จะยอมสยบ ส่วนขาวก็จะเป็นลูกกระจ๊อก แบบ เอาดิ๊ๆ เอาสิๆ แต่พอไม้หมอนไป ขาวก็จะไม่กล้า เป็นพวกเก่งเรื่องผสมโรงน่ะค่ะ (หัวเราะ)

วันนี้ได้ทำงานกับพี่ปุ๊ บรรณาธิการบริหารของเราด้วย เป็นอย่างไรบ้าง

ขอบคุณมากเลยนะคะ ขอบคุณจริงๆ เชียร์ไม่เคยเห็นใครทุ่มเทขนาดนี้ พี่ปุ๊นี่แทบจะคุยกับขาวรู้เรื่องเลยนะ สื่อสารกันได้ดีกว่าเชียร์อีก พี่ปุ๊เป็นคนที่เต็มที่มากจริงๆ น่ารักมากจริงๆ ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมคนถึงรักพี่ปุ๊มากขนาดนี้ ทำไมใครๆ ก็อยากอยู่ใกล้พี่ปุ๊

recommended articles

5 วิธีทำให้แมวรักแมวหลง

ทาสแมวหลายๆคนคงเคยประสบปัญหา น้องแมวไม่รัก ไม่อ้อน ไม่สนใจกันใช่หรือไม่

“เก้า สุภัสสรา” ขอเม้าท์ลูกๆตัวป่วน

“เราเล่นกับเค้ามันก็ทำให้เราลืมความทุกข์ใจ พอกลับมาบ้านมันก็ทำให้เรามีเอนเนอร์จี้ต่อในการทำให้มีชีวิต่อได้”