BACK

หวัดแมว เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

สวัสดีค่ะแฟนๆ ชาว Pet Hipster ทุกคน ช่วงเดือนที่ผ่านมาเป็นยังไงกันบ้างคะ อากาศหนาวๆ ร้อนๆ แถมมีฝนตกปรอยๆ ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ

และอย่าลืมดูแลสุขภาพน้องเหมียวที่บ้านด้วยนะ เด็กๆ ที่บ้าน ถ้าอยู่ดีๆ มีอาการจามฮัดเช่ย!! ตาแดงๆ พร้อมขี้มูกยืดกันล่ะก็ เตรียมตัวพาไปหาคุณหมอกันได้เลยค่ะ วันนี้หมอจูนจะมาเล่ากลุ่มอาการหวัดแมวที่มักเป็นช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงแบบนี้ให้ฟังกันนะคะ

หวัดแมวเป็นการเรียกทั่วๆ ไปของการติดเชื้อไวรัสที่ทางเดินหายใจส่วนต้น โดยมากมักเกิดจากไวรัสมากกว่าหนึ่งชนิด โดยหวัดนี้ไม่ทำอันตรายมากนักในแมววัยรุ่น แต่แมวเด็กและแมวสูงวัย ไวรัสเหล่านี้อาจกดภูมิคุ้มกัน จนทำให้แมวแสดงอาการขั้นรุนแรง จนถึงขั้นเสียชีวิตได้เลยทีเดียวค่ะ เชื้อที่พบมากในกลุ่มอาการหวัดแมวได้แก่ Feline Herpes Virus-1 (FHV-1) และ Feline Calicivirus (FCV) ส่วน Feline Chlamydia (Chlamydia Psittaci) เจ้าตัวร้ายนี้เป็นแบคทีเรียค่ะ วันนี้จะขออนุญาตเล่าถึงเจ้าไวรัสสองตัวร้ายกันก่อน โดย Herpes และ Calici Virus จะเป็นตัวสำคัญและก่อปัญหาร้ายแรงมากๆ กับน้องเหมียวค่ะ

เจ้าตัวร้ายตัวแรก ไวรัส Herpes นี้จะติดต่อผ่านเข้าสู่เยื่อบุของตา จมูก คอหอย และโพรงไซนัส ผ่านเจ้าเหมียวตัวอื่นๆ ที่จามหรือไอใส่หน้ากัน อาการมักแสดงหลังจากแมวได้รับเชื้อประมาณ 2 – 3 วัน โดยอาการที่เกิดขึ้นต่างๆ มักจะตามจุดที่ไวรัสสามารถเข้าถึงได้ เมื่อติดเชื้อพวก Herpes จะมีอาการดังนี้ค่ะ

* ตา มักจะเกิดเยื่อตาขาวอักเสบ มีขี้ตามากปนหนองและอาจเกิดแบคทีเรียเข้ามาซ้ำเติมที่ตา จนอาจมีแผลหลุมที่กระจกตาได้

* จมูก การจามเป็นเรื่องปกติเลย หากติดเชื้อที่จมูก และมีเยื่อบุโพรงจมูกอักเสบ น้ำมูกก็จะเริ่มจากใส แล้วข้นเขียวหากอาการหนักขึ้น

* มีไข้ ซึม เบื่ออาหาร ไม่อยากกินอะไร จนกระทั่งขาดน้ำ

* แมวท้อง อาจจะแท้งได้ หรือหากไม่แท้ง ลูกแมวที่เพิ่งเกิดใหม่ก็จะได้เจ้า Herpes เป็นของแถมวันเกิดด้วยค่ะ แล้วหากติดเชื้อพวก Calici เจ้าไวรัสตัวร้ายตัวที่สอง จะมีอาการแสดงที่ต่างออกไป ดังนี้

* ปากและลิ้น มักจะเป็นแผลหลุมที่ปาก ลิ้น เพดาน ริมฝีปากหรืออาจจะลามมาที่ปลายจมูกได้ อาจมีเหงือกอักเสบ อาจพบน้ำลายไหลยืด เพราะเป็นแผลในปากรุนแรงมาก เหมือนคนเป็นร้อนในพุพองแต่เป็นสิบๆ เม็ด น่าสงสารมาก

* จมูกและตา อาจจะพบน้ำตาและน้ำมูกไหล แต่ไม่พบกระจกตาเป็นแผล

* มีไข้และซึม แมวอาจจะมีไข้หรือไม่มีก็ได้ แต่ที่พบมากคือกินไม่ได้เพราะเจ็บปากมากนั่นเอง

* อาจมีภาวะปอดบวมได้ จากมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

* น้องเหมียวอาจปวดตามข้อต่างๆ มีรายงานอยู่บ่อยๆ ว่าเจ้า Calici ทำให้เกิดอาการข้ออักเสบ โดยจะเป็นที่ขาใดขาหนึ่งแล้วลามไปขาอื่นๆ ได้ บางตัวมักมีไข้และตามมาด้วยอาการเจ็บขาไม่ทราบสาเหตุ

* ฝ่าเท้า มีหลายสายพันธุ์ของ Calici ทำให้เกิดแผลหลุมที่ฝ่าเท้าได้

โดยพบว่าหากติดเชื้อ Herpes อาการจะคงอยู่ 7 – 14 วัน แต่หากติดเชื้อ Calici อาการก็จะคงอยู่ราว 7 – 10 วัน (รวมๆ เจ้าเหมียวที่ป่วยจะมีอาการนานหลายวัน และสามารถแพร่โรคได้กว่า 2 อาทิตย์จนกว่าจะหาย โอ๊ย คุณพระ!!!) ดังนั้น ช่วงเวลานี้ เจ้า Herpes และ Calici มันแพร่กระจายจากแมวป่วยไปสู่แมวปกติได้ผ่านทาง

* การสัมผัสจากน้ำมูก น้ำตา จากการจามของแมว ซึ่งการติดต่อคล้ายกับในคนที่ติดหวัดกันเลยทีเดียวแหละค่ะ

* สามารถแพร่โดยไปกับชามน้ำอาหาร (การกินชามเดียวกันมักจะติดผ่านน้ำลาย) กรง ผ้า ที่นอน หรือแม้แต่ของเล่นที่เจ้าเหมียวใช้ร่วมกัน

* มือและเสื้อผ้าของเราเองที่ไปสัมผัสกับน้องเหมียวตัวที่ป่วย (ไม่ว่าจะไปจับแมวนอกบ้านหรือแม้แต่แมวในบ้านเองที่ป่วย) ในแมวที่เคยติดเชื้อ Herpes หลังจากหายแล้วจะกลายเป็นพาหะตลอดชีวิต แบบว่าช่วงไหนถ้าเครียดล่ะก็ อาการหวัดแมวอาจกลับมาเป็นซ้ำได้ง่ายๆ เลยค่ะ แต่หากแมวที่ติดเชื้อ Calici หลังจากหาย จะมีการแพร่เชื้อสู่สิ่งแวดล้อมได้อีกราวๆ 1 เดือน แต่บางครั้งอาจยาวนานถึง 2 – 3 เดือน ร้ายแรงจังเลยเจ้าสองตัวเนี๊ย!!

แล้วเราจะป้องกันการติดต่อจากเจ้าเหมียวที่ป่วยกับเจ้าเหมียวที่ไม่ป่วยได้อย่างไรนะ เพราะหากเราไม่รีบจัดการล่ะก็ จากเจ้าเหมียวที่ป่วย หนึ่งตัวจะเป็นสอง สาม สี่ เป็นทวีคูณอย่างรวดเร็วเลยทีเดียวล่ะค่ะ

* อันดับแรกแยกเลี้ยงตัวที่ป่วย และตัวที่ไม่ป่วย ยิ่งห่างกันมากเท่าไหร่ยิ่งดีค่ะ

* หากจะกำจัดไวรัสในสิ่งแวดล้อม เราสามารถทำได้ง่ายๆ คือใช้น้ำยาซักผ้าขาวในสัดส่วน 1:32 รับรองตายเรียบ และหากอุปกรณ์ไหนสามารถแช่น้ำยาทิ้งไว้ได้ ให้แช่ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีนะคะ

* เสื้อผ้า ผ้าห่ม ทั้งของคนและของน้องเหมียว สามารถซักให้สะอาดได้ด้วยน้ำร้อนและผงซักฟอกค่ะ

* หลังสัมผัสเจ้าเหมียวตัวที่ป่วย ให้ล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดทุกซอกทุกมุม แถมแอลกอฮอล์เจลด้วยยิ่งดีค่ะ

สำคัญที่สุด คือการพาเจ้าเหมียวสุดที่รักไปทำวัคซีนป้องกันเจ้าโรคร้ายนี้ โดยสามารถเริ่มทำวัคซีนได้ในลูกแมวตั้งแต่อายุ 2 เดือนเป็นต้นไปนะคะ

สำหรับลูกแมวที่เกิดใหม่ในบ้านควรเลี้ยงระบบปิดจนกว่าจะทำวัคซีนครบ ไม่ควรพาไปเที่ยวเล่น หรือปล่อยเดินเล่นนอกบ้าน เพราะอาจได้รับเชื้อจากสิ่งแวดล้อมหรืออาจติดจากแมวโตที่อาจจะป่วยแล้วมาป้วนเปี้ยนแถวๆ บ้านได้ค่ะ จากประสบการณ์อาการหวัดแมวสามารถติดกันได้ ผ่านการจ้องหน้ากันแล้วจาม ผ่านหน้าต่างบ้านกันเลยทีเดียวค่ะ ส่วนแม่แมวควรทำวัคซีนประจำปีทุกปี และสามารถพาไปทำวัคซีนพร้อมลูกแมวได้หลังคลอดสองเดือน (พร้อมกับเด็กๆ ที่ต้องไปรับวัคซีนตอนสองเดือนได้เลยค่ะ)

สำหรับลูกแมวที่เพิ่งรับมาเลี้ยงใหม่ ความเครียดเป็นปัจจัยหลักที่สามารถทำให้เกิดโรคนี้และทวีความรุนแรงได้ค่ะ แนะนำให้ดูอาการก่อนพาน้องแมวไปทำวัคซีน 7 วัน ระหว่างนี้ดูแลน้ำ อาหาร ปรับสภาพแวดล้อมให้น้องแมวหายเครียดกันก่อน หากเป็นไปได้ควรพาไปตรวจสุขภาพตั้งแต่วันที่รับมาเลี้ยง เพื่อความปลอดภัยของน้องเหมียวเอง และน้องเหมียวตัวอื่นๆ ที่รอต้อนรับน้องใหม่เข้าบ้านนะคะ

การวินิจฉัยโรคส่วนใหญ่มักเน้นจากอาการที่แสดงออก ส่วนการรักษากลุ่มอาการหวัดแมวทุกชนิดก็จะคล้ายๆ กัน คือการรักษาตามอาการ การให้ยาปฏิชีวนะ และอาจมีการใช้ยาต้านไวรัสบ้างตามการประเมินอาการและดุลยพินิจของสัตวแพทย์ค่ะ

สุดท้ายนี้ ไม่มีวัคซีนใดๆ ที่สามารถป้องกันหวัดแมวได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่รายที่ได้รับวัคซีนอย่างครบถ้วนตามโปรแกรม หากติดโรคแล้วอาการก็จะไม่รุนแรง หรือเจ้าเหมียวอาจหายป่วยเองได้อย่างรวดเร็ว ส่วนสำคัญที่สุดคือการดูแลน้องเหมียวอย่างถูกสุขลักษณะทั้งเรื่องอาหาร น้ำที่สะอาด สภาพแวดล้อมที่อยู่ที่เหมาะสม มีการระบายอากาศดีๆ ไม่แออัดและอับชื้น ความสะอาดของชามน้ำ ชามอาหาร และกระบะทราย เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญมากๆ สำหรับน้องเหมียวค่ะ

ทิ้งท้ายกันไว้อีกนิดว่า หวัดแมวไม่ติดคนนะคะ สบายใจกันได้เลย ส่วนคนเป็นหวัดสามารถหายได้เร็วขึ้นผ่านการกอดน้องแมวอุ่นๆ ได้นะคะ

 

โดย สพ.ญ พิฐชญาณ์ วีระพงศ์สกุล

ด้วยความปรารถนาดีจาก Pet Friends Groups

โรงพยาบาลเพื่อนสัตว์เลี้ยงศรีราชา (เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง) โทร 038-773007, 089-2248865 หรือ Facebook “โรงพยาบาลเพื่อนสัตว์เลี้ยงศรีราชา-รักษาสัตว์ 24 ชั่วโมง”

คลินิกเพื่อนสัตว์เลี้ยงศรีราชา (9.00 – 21.00 น.) โทร. 092-0124002 หรือ Facebook “คลินิกเพื่อนสัตว์เลี้ยงศรีราชา”

คลินิกเพื่อนสัตว์เลี้ยงบางแสน (Pet Friends Bangsaen) (9.00 – 20.00 น.) โทร.038-199174, 098-7165698 และ Facebook “PetFriends Bangsaen”