BACK

เครื่อง MRI นวัตกรรมสุดไฮเทคด้านระบบประสาทของสัตว์เลี้ยง

By น.สพ. ธนวุฒิ เหมนิลรัตน์

สุขภาพของสัตว์เลี้ยง ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเจ้าของที่จะต้องคอยดูแลเอาใจใส่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเลือกซื้ออาหาร ผลิตภัณฑ์เพื่อบำรุงในเรื่องต่างๆ รวมถึงการเลือกโรงพยาบาลที่มีวิธีและเครื่องมือการรักษาสัตว์เลี้ยงที่ทันสมัย และเชื่อถือได้ วันนี้ Pethipster พาคุณเจ้าของทุกท่านมาพูดคุยกับ น.สพ. ธนวุฒิ เหมนิลรัตน์หรือคุณหมอวุฒิ เพราะ Heathy Talk ฉบับนี้ เราจะมาพูดคุยเจาะลึกเกี่ยวกับเครื่องมือทางการแพทย์ที่ชื่อว่า MRI หรือ Magnetic Resonance Imaging เครื่องตรวจสภาพร่างกายที่นับได้ว่าทันสมัยและแม่นยำ ซึ่งทางโรงพยาบาลสัตว์ ทีเอช มีให้บริการอยู่นั่นเอง

เครื่อง MRI คืออะไร

คือเครื่องตรวจสภาพร่างการโดยการสร้างภาพจากสนามแม่เหล็กความเข้มสูง โดยใช้ความยาวคลื่นเท่ากับความยาวคลื่นวิทยุ ยิงเข้าสู่ร่างกายแล้วสะท้อนกลับมาสร้างภาพเสมือนจริงโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งสามารถให้ความชัดเจนและรายละเอียดของเนื้อเยื่อ เสมือนการตัดชิ้นเนื้อออกเป็นส่วนๆ โดยไม่ทำให้ร่างกายสัตว์ป่วยเป็นอันตราย เพื่อช่วยให้สัตวแพทย์สามารถหาความผิดปกติ หรือสาเหตุของอาการป่วยได้อย่างถูกต้องและแม่นยำขึ้น โดยเฉพาะโรคทางระบบประสาท

การทำงานของเครื่อง MRI ของสัตว์กับของมนุษย์

โดยพื้นฐานการทำงานของเครื่อง MRI มี 2 ประเภท คือแบบอุโมงค์ และแบบเปิด ซึ่งแบบเปิดจะใช้พลังงานสนามไฟฟ้าแม่เหล็กต่ำกว่า ทำให้ขนาดของเครื่องเล็กกว่า แต่ที่แตกต่างกับของมนุษย์คือ ตัวรับสัญญาณภาพ ซึ่งมีการออกแบบให้เหมาะกับสัตว์เล็ก เพื่อให้ได้สัญญาณที่มีการรบกวนจากภาพนอกน้อยที่สุดก่อนนำมาประมวลผลเป็นภาพ MRI

ประโยชน์ของการใช้เครื่อง MRI ในการตรวจรักษา

ได้รายละเอียดของโรคได้ชัดเจนยิ่งกว่าเทคนิคการวินิจฉัยแบบอื่น โดยสามารถเห็นรอยโรคได้รอบด้านจากภาพตัดขวางได้หลายแนว

สัตว์เลี้ยงที่จะได้รับการตรวจโดยใช้เครื่อง MRI

ข้อจำกัดของเทคนิคการสร้างภาพด้วย MRI คือวัตถุต้องอยู่นิ่งในระนาบของตัวรับ จึงต้องทำการวางยาสลบสัตว์

ขั้นตอนและข้อควรระวังในการใช้เครื่อง MRI

ในสัตวแพทย์ การตรวจด้วย MRI สัตว์ป่วยจำเป็นต้องทำการวางยาสลบเพื่อให้ร่างกายอยู่นิ่ง โดยการทำ MRI แต่ละครั้งจะใช้เวลาประมาณ 45 นาที ถึง 1.5 ชั่วโมง ดังนั้น การส่งสัตว์ป่วยเข้าทำ MRI สัตว์ป่วยต้องอยู่ในภาวะที่สามารถวางยาสลบได้นานกว่า 45 นาที โดยก่อนนำสัตว์เข้าเครื่อง MRI สัตวแพทย์ต้องทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าสัตว์อยู่ในภาวะที่พร้อมกับการวางยาสลบ

ความแต่กต่างของ X-Ray, CT Scan และ MRI

โดยพื้นฐานของการวินิจฉัยด้วยภาพ อุปกรณ์แต่ละชนิดจะมีความเหมาะสมต่อการวินิจฉัยโรคต่างกัน โดย X-Ray จะสามารถให้รายละเอียดของกระดูกได้ชัดเจน แต่สามารถแสดงภาพได้ในแนว 2 มิติ การหาเศษกระดูกแตกจึงเป็นไปได้ยาก ส่วน CT Scan จะให้รายละเอียดของนิ้วและกระดูกได้ชัดเจน แต่โปรแกรมสามารถสร้างภาพ 3 มิติได้ จึงเหมาะกับการวินิจฉัยหาเศษกระดูกแตก และยังสามารถฉีดสารทึบรังสีเพื่อดูโครงสร้างของหลอดเลือดได้ รวมถึง การสร้างภาพอวัยวะภายในช่องอกและช่องท้องก็สามารถตรวจหาก้อนเนื้อผิดปกติได้ดีกว่า เมื่อเทียบกับ X-Ray หรือ MRI ในส่วนของ MRI จะให้ภาพของเนื้อเยื่อได้ชัดเจนกว่าทั้ง 2 เทคนิคที่กล่าวมา แต่โดยข้อจำกัดของเครื่องที่วัตถุที่ต้องการศึกษาต้องอยู่นิ่ง ดังที่กล่าวมาข้างต้น จึงเหมาะกับการตรวจหารายละเอียดของระบบประสาท และข้อต่อมากกว่าอวัยวะอื่นๆ

ฟังคำอธิบายของคุณหมอวุฒิที่พูดถึงเครื่อง MRI แล้ว ถือว่าเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยและมีความแม่นยำในการตรวจรักษามากเลยทีเดียว ดังนั้นคุณเจ้าของสามารถหายห่วงไปได้อีกเรื่องหนึ่งกับการเลือกแนวทางการรักษา และโรงพยาบาลสัตว์ที่มีเครื่องมือหรือนวัตกรรมที่สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างตรงจุด หากในวันหนึ่งเจ้าตัวแสบของเราเกิดเป็นอะไรขึ้นมา ก็ขอให้มั่นใจได้เลยว่าโรงพยาบาลสัตว์ ทีเอช นั้นมีวิธีการรักษาและเครื่องมือแพทย์ที่ทันสมัย รวมถึงมีทีมแพทย์คอยรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสัตว์เลี้ยงและคุณเจ้าของทุกท่านอย่างแน่นอน

 

recommended articles

Pembroke Welsh Corgi lover

เรื่องราวของความหลงใหลในสุนัขสายพันธ์คอร์กี้ ของคุณแนน ทำให้เกิดเพจน่ารักๆ จนกลายมาเป็นนัก breeder และเจ้าของฟาร์มในเวลาต่อมา

บทสัมภาษณ์ “มิว ศุภศิษฏ์” กับน้อง “ช็อปเปอร์”

จากพระเอกคู่จิ้นสู่ศิลปินเพลงป๊อปสุดฮอต ที่ไม่ว่าจะมีผลงานทางด้านไหนก็เอาใจเหล่า Mewlions (มิวเลี่ยน) ไปเต็มๆ Pet Hipster ฉบับนี้จึงนำหนุ่มหล่ออย่าง มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ มาขึ้นปกในคอนเซปต์ Reflection มาเปิดเผยอีกด้านของทัศนคติที่คุณอาจไม่รู้ และความน่ารักของน้องชอปเปอร์ หมาปอมสุดรักของหนุ่มมิว ศุภศิษฏ์ มาร่วมถ่ายแฟชั่นในเล่มนี้กันด้วย