BACK

เทคนิคการกำจัดคราบและกลิ่นไม่พึงประสงค์จากสัตว์เลี้ยงในรถของคุณ

สัตว์เลี้ยงก็ชอบเดินทางไม่น้อยไปกว่ามนุษย์ และเจ้าของหลายๆ ท่านก็ชื่นชอบที่จะพาสัตว์เลี้ยงไปไหนมาไหนด้วย

แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ บางครั้งสัตว์เลี้ยงของคุณก็ทิ้งคราบและกลิ่นไม่พึงประสงค์ไว้โดยที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม เรามีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ในการกำจัดกลิ่นและคราบต่างๆ ที่สัตว์เลี้ยงของคุณสร้างไว้มาฝากกันค่ะ

ทำความสะอาดให้ทันท่วงที

ถ้าหากรถเลอะเทอะด้วยคราบดินหรือโคลนที่ติดเท้าหรือขนสัตว์เลี้ยงของคุณ สิ่งสำคัญคือต้องพยายามเช็ดคราบดังกล่าวในทันที หรือเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อป้องกันไม่ให้คราบติดแน่นและยากที่จะล้างออก คุณสามารถใช้น้ำยาเช็ดทำความสะอาดสำหรับทำความสะอาดรถ ส่วนน้ำยาชนิดใดจะเหมาะกับทำความสะอาดส่วนไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าส่วนที่เลอะเทอะนั้นเป็นเบาะหนัง เบาะกำมะหยี่ หรือคอนโซลรถ คุณสามารถดูได้จากคู่มือที่มากับรถของคุณได้เลยค่ะ

ใช้เครื่องฟอกอากาศหรือเครื่องลดกลิ่นไม่พึงประสงค์

ใช้เครื่องฟอกอากาศหรือสเปรย์ลดกลิ่นไม่พึงประสงค์เพื่อช่วยกำจัดกลิ่นดังกล่าวออกไปจากรถ แต่ควรหลีกเลี่ยงการใช้สเปรย์ปรับอากาศระหว่างที่สัตว์เลี้ยงของคุณอยู่ในรถ เพราะพวกมันไวต่อกลิ่นมาก อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้ การใช้เบคกิ้งโซดาเพื่อดูดซับกลิ่นก็สามารถทำได้ โดยวางเบคกิ้งโซดาไว้ในรถข้ามคืน เปิดประตูหรือหน้าต่างทิ้งไว้เพื่อระบายอากาศ เช้ามารับรองว่ากลิ่นก็จะหายไปอย่างแน่นอน

เบาะรองนั่งสำหรับสัตว์เลี้ยงหรือเสื่อเพื่อจำกัดบริเวณเสียหาย

สัตว์เลี้ยงสามารถเพลิดเพลินกับการเดินทางไปกับคุณได้ แต่ควรนั่งในลักษณะที่จะช่วยให้รถสะอาดตลอดเวลา หลายท่านอาจจะใช้ผ้าเช็ดตัวหรือเสื่อรองให้สัตว์เลี้ยงนั่งเพื่อให้จำกัดขอบเขตของมันไม่ให้เดินวุ่นไปทั่วรถ ทั้งยังจำกัดบริเวณที่อาจเกิดคราบสกปรก จนถึงเมื่อเกิดอุบัติเหตุก็จะช่วยให้มันปลอดภัยขึ้นอีกด้วย เมื่อถึงที่หมายแล้วก็ให้รีบทำความสะอาดบริเวณนั้นทันที เท่านี้รถคุณก็สะอาด หมดปัญหา

 

การพาสัตว์เลี้ยงขึ้นรถไปท่องเที่ยวด้วยกัน จะกลายเป็นเรื่องสนุก เพลิดเพลิน และไร้เรื่องกวนใจตามมาแน่นอนค่ะ ถ้าเรารู้จักเตรียมตัวให้พร้อม 

recommended articles

5 วิธีทำให้แมวรักแมวหลง

ทาสแมวหลายๆคนคงเคยประสบปัญหา น้องแมวไม่รัก ไม่อ้อน ไม่สนใจกันใช่หรือไม่

“เก้า สุภัสสรา” ขอเม้าท์ลูกๆตัวป่วน

“เราเล่นกับเค้ามันก็ทำให้เราลืมความทุกข์ใจ พอกลับมาบ้านมันก็ทำให้เรามีเอนเนอร์จี้ต่อในการทำให้มีชีวิต่อได้”