BACK

เพราะ “รัก” จึง “ทำได้” รวบรวมเรื่องราวเหลือเชื่อของคนรักสัตว์

CRAZY IN LOVE, CRAZY IN PETS

ถ้าคุณกำลังทุ่มเททำบางสิ่งบางอย่างด้วยความรัก มีความสุขที่ได้ทำมัน และไม่ทำให้ใครเดือดร้อน แล้วมีคนมาบอกว่าคุณเป็นพวกเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ เชื่อเถอะว่าสักวันพวกเขาอาจจะต้องกลับคำพูด เพราะคนที่ทำอะไรอย่างมุ่งมั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมีความรัก ความหลงใหล คลั่งไคล้ เป็นพลังงานชั้นดีในการขับเคลื่อนด้วยแล้ว ไม่ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ คุณก็เข้าใกล้ความสำเร็จมากกว่าคนอื่นแล้ว ยกตัวอย่างเช่นนักวิทยาศาสตร์ระดับตำนานหลายท่านที่ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตในการทดลองเป็นพันเป็นหมื่นครั้ง เพื่อสร้างสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกใบนี้ จากความสำเร็จเพียงครั้งเดียว

ในโลกของคนรักสัตว์ บางคนก็รักมากถึงขั้นหลงใหล คลั่งไคล้ คุณเคยเห็นนักสะสมสัตว์แปลกๆ ใช่ไหม?

พิพิธภัณฑ์สัตว์ที่คุณเคยเข้าไปเยือน หนังที่คุณเคยดู เพลงที่คุณเคยฟัง สิ่งเหล่านี้อาจจะได้แรงบันดาลใจมาจากสัตว์เลี้ยงตัวโปรดของเจ้าของผลงานก็เป็นได้ และเรื่องราวเหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในโลกของคนรักสัตว์ ที่ถูกหยิบมาเล่าต่อ เพื่อพิสูจน์ว่าความรัก ความหลงใหล คลั่งไคล้ ไม่ใช่เรื่องไร้สาระ

บ้านสัตว์ประหลาดสยาม

ในกรุงเทพฯ มีพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งที่เกิดขึ้นจากความสงสัยใคร่รู้เรื่องราวของสัตว์ประหลาดของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง จนกลายเป็นความหลงใหล และเมื่อเขาเติบใหญ่ขึ้น เด็กชายคนนี้ หรือ “ข้าวตู – ธัชเนตต์ ดวงขวัญ” ก็ได้ไล่ล่าจินตนาการในวัยเด็กของตัวเอง โดยการสะสมสิ่งมีชีวิตรูปร่างประหลาดจำนวนมาก จนสามารถก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ได้ในชื่อ “บ้านสัตว์ประหลาดสยาม” ตั้งอยู่ริมคลองชักพระ ภายในเขตวัดตลิ่งชัน

สัตว์ประหลาดในบ้านหลังนี้ไม่ใช่สัตว์ตัวใหญ่ ดุร้าย ที่เป็นคู่ต่อกรกับเหล่าซูเปอร์ฮีโร่อย่างที่เขาเคยดูในหนังหรือการ์ตูนหลายๆ เรื่อง แต่เป็นสัตว์ที่มีความบกพร่องทางทางพันธุกรรมหรือสัตว์กลายพันธุ์ทั้งหลาย โดยสัตว์ที่เขาสะสมมีมากกว่า 100 ตัว ทั้งที่อยู่ในพิพิธภัณฑ์และอีกหลายตัวที่อยู่ที่บ้าน แบ่งออกเป็น 2 จำพวก คือสัตว์สายพันธุ์ประหลาดที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เช่น ตั๊กแตนใบไม้ เต่าอัลลิเกเตอร์ หรือกบภูเขา ส่วนอีกจำพวกจะเป็นสิ่งมีชีวิตที่หาดูจากที่ไหนไม่ได้แล้ว คือสัตว์จำพวกที่มีความประหลาดทางพันธุกรรม เช่น เต่าสองหัวในร่างเดียว ปลาตาบอดแต่กำเนิด หรือแม้แต่ปลาทองฮอลันดายักษ์ที่มีใบหน้าเหมือนมนุษย์

“ความแปลกมันดึงดูดเรา อย่างเต่าสองหัวมันจะเดินยังไง กินยังไง ถ้าเราไม่ครอบครองก็ไม่มีทางรู้ ความสุขของเราคือการได้สัมผัส ได้เรียนรู้ว่ามันเป็นอย่างนี้นี่เอง จะได้หายสงสัย พอเราปราศจากความสงสัยแล้ว เราก็จะหาความแปลกขั้นต่อไป” ข้าวตูพูดถึงความหลงใหลในสัตว์สะสมที่สามารถเติมเต็มความรู้สึกของเขาได้

นักวิทยาศาสตร์พันธุ์แกร่ง

คอสารคดีทั้งหลายคงไม่มีใครไม่รู้จัก Dr. Brady Barr นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน วัย 55 ปี ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องสัตว์เลื้อยคลาน และยังเป็นพิธีกรรายการ Dangerous Encounter ที่ออกอากาศทางช่อง Nat Geo Wild ผู้โด่งดังจากการเสี่ยงอันตรายเข้าไปในป่าลึกเพื่อจับสัตว์มีพิษนานาชนิด มาศึกษาเผยแพร่ให้สาธารณชนได้รู้จัก ซึ่งทำให้เขาเฉียดตายมาแล้วหลายต่อหลายครั้งตลอด 2 ทศวรรษ

Dr. Brady เคยให้สัมภาษณ์ว่า เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องความตายเลย คิดเพียงแต่ว่ากำลังทำในสิ่งที่ตัวเองรัก และสัตว์พวกนี้เป็นสัตว์ที่เขาหลงใหล เฝ้าสังเกตพฤติกรรม ศึกษามันมาทั้งชีวิต การได้นำเอาประสบการณ์มาถ่ายทอดให้คนอื่นได้รับรู้ ได้เห็นคุณค่า และหันมาอนุรักษ์ เขามองว่าเป็นเรื่องที่คุ้มค่ากับการเสี่ยง

นอกจากความรู้ที่การันตีด้วยปริญญาตรี ทางด้านวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยอินเดียนา ปริญญาโทและเอกด้านชีววิทยา จากมหาวิทยาลัยไมอามี ของเขาแล้ว Dr. Brady บอกว่าประสบการณ์ส่วนใหญ่มาจากการลงไปเผชิญหน้ากับสัตว์เลื้อยคลานตัวเป็นๆ ถึงถิ่น โดยสัตว์เลื้อยคลานสุดอันตรายอันดับหนึ่งในดวงใจเขาคือ จระเข้ ส่วนเสน่ห์ที่ทำให้หลงใหลมันก็คือจระเข้เป็นสัตว์ใหญ่ที่มีพละกำลังมหาศาล เจ้าเล่ห์ เฉลียวฉลาด แถมยังเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ที่ยังอยู่มาได้ถึงทุกวันนี้อย่างน่าทึ่ง ส่วนสัตว์ที่เขากลัวมากที่สุดคือ งูพิษ เพราะพวกมันเคลื่อนไหวเร็วมาก พลาดไม่ได้เลย เพราะอาจโดนกัดตายได้ทุกเมื่อเพียงแค่กะพริบตา

อสูรกายใต้มหาสมุทร

หาดทรายสวยๆ กับท้องทะเลสีครามที่หลายคนเลือกที่จะไปเที่ยวพักผ่อนในช่วงฤดูร้อนนั้น มีโลกอีกหนึ่งใบที่ซ่อนตัวลึกลงไป เป็นโลกที่น้อยคนนักจะมีโอกาสได้สัมผัส เพราะปัจจุบันมนุษย์สามารถสำรวจพื้นที่ใต้ทะเลลึกไปได้เพียง 5% เท่านั้น ทำให้เรารู้สึกตื่นตาตื่นใจกับเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในพื้นที่ลี้ลับนี้เสมอ เช่นเดียวกับการที่ได้เห็นภาพสิ่งมีชีวิตหน้าตาประหลาดบนทวิตเตอร์ @rfedortsov ของ Roman Fedortsov

Roman เป็นชาวประมงธรรมดาคนหนึ่งที่ทำหน้าที่ลากอวนอยู่นอกชายฝั่งเมือง Murmansk เมืองท่าทางขั้วโลกเหนือที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประเทศรัสเซีย แต่ระหว่างการเดินทางข้ามหาสมุทรหลายแห่งทั่วโลกเขาได้ถ่ายภาพสิ่งมีชีวิตจำนวนมากที่จับได้โดยไม่ตั้งใจจากการลากอวนแต่ละครั้ง และโพสต์ภาพดังกล่าวลงบนทวิตเตอร์ ซึ่งแม้ว่าหน้าตาของสัตว์แต่ละตัวที่เขาพบจะดูน่าสยดสยองและดูอันตราย แต่หนุ่มประมงคนนี้ก็จับสัตว์เหล่านี้ด้วยมือเปล่า โดยไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย

ภาพของเขาเปิดโอกาสให้ผู้คนมีโอกาสได้เห็นความหลากหลายของชีวิตใต้มหาสมุทรและยังเป็นการช่วยเพิ่มความสามารถในการสำรวจและค้นคว้าของนักวิจัยในอนาคตอีกด้วย ด้วยความโดดเด่นของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิดที่เขาจับได้ ทำให้สื่อท้องถิ่นหลายแห่งให้ความสนใจนำภาพของเขาไปเผยแพร่ จนขณะนี้เขามีผู้ติดตามบนทวิตเตอร์แล้วกว่า 135,000 คน

 

คลั่งไคล้แล้วได้ประโยชน์

ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา สถิติการซื้อขายนกฮูกในตลาดมืดอินโดนีเซีย มีอัตราการเติบโตพุ่งสูงมาก โดยนักวิจัยสัตว์ป่าได้ทำการสำรวจตลาดค้านกบนเกาะบาหลีและเกาะชวา พบว่าจำนวนการซื้อขายนกฮูกเพิ่มขึ้นจากไม่กี่ร้อยตัวในช่วงก่อนปี 2001 เป็น 13,000 ตัว เมื่อสองปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้วิจัยเชื่อว่ากระแสคลั่งไคล้นกฮูกนี้มาจากภาพยนตร์เรื่อง Harry Potter ที่ไม่ว่าจะออกมากี่ภาคก็ประสบความสำเร็จ มีผู้คนชื่นชอบทั่วโลก

ในอินโดนีเซีย นกฮูกถือเป็นสัตว์ป่า ไม่ควรเลี้ยงในกรงแคบๆ เหมือนในหนัง ที่สำคัญมันเป็นนกที่มีความสามารถหลากหลาย โดยเฉพาะการเป็นนักล่าที่สามารถควบคุมประชากรศัตรูพืชอย่างได้ผล ซึ่งจุดเด่นข้อนี้ทำให้เกิดการผลักดันความคลั่งไคล้นกฮูกในอินโดนีเซียให้เกิดประโยชน์ ภายใต้โครงการ Natural Predator ที่ก่อตั้งโดย Pujo Arto เน้นการใช้นกฮูกมาใช้จับหนูนาและสัตว์เล็กอื่นๆ ที่คอยทำความเสียหายแก่แปลงเกษตร เพื่อลดการใช้สารเคมีหรือการเผาท้องไร่ท้องนา

โครงการ Natural Predator ริเริ่มในหมู่บ้าน Tlogoweru เมื่อ 7 ปีก่อน โดยการโน้มน้าวให้เกษตรกรติดตั้งรังนกฮูกจำนวนมากไว้ในหมู่บ้านเพื่อให้นกฮูกมาอาศัยและออกหากินศัตรูที่รบกวนผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งพบว่านกฮูกสามารถควบคุมประชากรหนูอย่างได้ผลและไม่ก่อปัญหาอื่นใดแก่มนุษย์ นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังสามารถปล่อยนกฮูกกลับคืนสู่ธรรมชาติไปแล้วกว่า 2,000 ตัว และทำให้หมู่บ้าน Tlogoweru กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติยอดนิยมของอินโดนีเซียอีกด้วย

ครอบครัวคนรักงู

ถ้าพูดถึงงู หลายคนคงอยากขอเจอแค่ในความฝันเท่านั้น ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ตาม แต่ดูเหมือนบ้านนี้จะแตกต่างออกไปเพราะผู้เป็นพ่อนั้นรักงูยิ่งกว่าอะไรดี แถมยังเลี้ยงงูหลามสีเหลือง ขนาด 15 ฟุต ไว้ในบ้านรวมกับลูกๆ โดยตั้งชื่อให้มันแบบเท่สุดๆ ว่า Austin

Rob Cowan คุณพ่อยังหนุ่มจากเมือง Bradford ประเทศอังกฤษ รายนี้ บอกว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่คลั่งไคล้งูมาก เริ่มเลี้ยงสะสมมาตั้งแต่สมัยเป็นวัยรุ่น และเลี้ยงมาตลอดจนถึงบัดนี้ และเขาก็เคยเลี้ยงงูหลามมาแล้วหลากหลายสายพันธุ์ ตั้งแต่พันธุ์ธรรมดาๆ หาได้ทั่วไป ไปจนถึงอนาคอนดา!

สำหรับ Austin หรืองูหลามยักษ์ตัวล่าสุดนี้ เขาก็รักเหมือนสมาชิกในครอบครัว ไม่ต่างจาก Alisha-Mae และ Cameron ลูกๆ ตัวน้อยเขา ที่ผูกพันกับ Austin เช่นกัน เพราะมักจะเล่นด้วยกันอยู่บ่อยๆ ราวกับพี่น้องเลื้อยตามกันมา Rob กล่าวทิ้งท้ายว่า จริงๆ แล้วงูไม่ใช่สัตว์ที่น่ากลัวเลย แต่คนส่วนมากยังขาดความรู้ จึงกลัวงูกันไปเอง จนบางครั้งก็ทำร้ายพวกมัน ทั้งๆ ที่มันไม่ได้ตั้งใจจะทำร้าย หรือทันได้ก่อเรื่องร้ายแรงอะไรเลย

 

แด่ปักเป้าที่รัก

Miley Cyrus นักร้องสาวสุดแซ่บ ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่รักและผูกพันกับสัตว์เลี้ยงมากๆ และต้องเผชิญกับความสูญเสียที่ยากทำใจ เมื่อปี 2015 สัตว์เลี้ยงตัวโปรดของเธออย่าง “ปลาปักเป้า” ได้ตายจากเธอไป

ปลาปักน้อยตัวนี้เธอตั้งชื่อให้ว่า Pablow แม้เธอจะไม่เคยได้สัมผัสหรือเล่นกับมันเหมือนคนที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ ทำ แต่การที่เธอได้เฝ้ามองมันแหวกว่ายในน้ำทุกวันนั่นก็เพียงพอแล้วที่ทำให้เธอผูกพันกับ Pablow และเมื่อมันตาย เธอก็ได้สักรูปของ Pablow ไว้บนแขน และมันยังเป็นแรงบันดาลใจให้เธอแต่งเพลงเนื้อหาสุดเศร้าขึ้นมาเพลงหนึ่ง เพื่อบอกว่าปลาปักเป้าตัวนี้มีความหมายต่อเธอมากแค่ไหน

“ฉันรักสิ่งที่ฉันไม่เคยสัมผัสได้อย่างไร เธออาศัยอยู่ใต้น้ำแต่ฉันรักเธอเหลือเกิน เธอไม่เคยขึ้นมาอยู่บนพื้นดิน ไม่เคยเห็นท้องฟ้า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมฆเป็นอย่างไร ทำไมทุกสิ่งที่ฉันรักจะต้องตาย” นี่คือเนื้อหาที่แปลจากท่อนแรกของเพลง “Pablow the Blowfish” โดย Miley Cyrus ได้โพสต์วิดีโอที่เธอร้องเพลงนี้ทั้งน้ำตาบนเฟซบุ๊กและอธิบายว่า “Pablow ปลาปักเป้าที่รัก ส่วนหนึ่งของความทรงจำของฉันตายเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ฉันแต่งเพลงนี้ให้เขา เขาทำให้ฉันมีความสุข และฉันคิดถึงเขาทุกวัน”

recommended articles

5 วิธีทำให้แมวรักแมวหลง

ทาสแมวหลายๆคนคงเคยประสบปัญหา น้องแมวไม่รัก ไม่อ้อน ไม่สนใจกันใช่หรือไม่

“เก้า สุภัสสรา” ขอเม้าท์ลูกๆตัวป่วน

“เราเล่นกับเค้ามันก็ทำให้เราลืมความทุกข์ใจ พอกลับมาบ้านมันก็ทำให้เรามีเอนเนอร์จี้ต่อในการทำให้มีชีวิต่อได้”