BACK

แนะนำหมาพันธุ์เล็กต่อหมาพันธุ์ใหญ่ในบ้านอย่างไรไม่ให้เป็นปัญหา

เมื่อบ้านมีสมาชิกใหม่ เจ้าของหลายๆ คนมักคิดแทนว่าหมาตัวเก่าจะน้อยใจ เลยตามใจหมาตัวเก่ามากกว่าตัวใหม่

หรือบางคนก็กลัวหมาตัวใหม่เข้ากับที่บ้านไม่ได้ ก็เลยประคบประหงมหมาตัวใหม่อย่างออกนอกหน้า ซึ่งเมื่อเกิดความไม่สมดุล อารมณ์ของหมาทั้ง 2 ตัวจึงไม่มั่นคง โดยเฉพาะเมื่อหมาตัวใหม่และหมาตัวเก่านั้นมีความแตกต่างกันในเรื่องสายพันธุ์และขนาด ก็ยิ่งมีความเปราะบางที่เราในฐานะคนกลางจะต้องใส่ใจให้มากขึ้น

ที่จริงแล้ว การเป็นสื่อกลางผูกมิตรระหว่างหมาพันธุ์เล็กกับหมาพันธุ์ที่ใหญ่กว่านั้นไม่ใช่เรื่องยากหรือซับซ้อนอะไรเลย เพียงแต่ต้องเข้าใจว่า ธรรมชาติของหมานั้น เมื่อเข้าสภาพแวดล้อมใหม่ พวกเขาจะเครียด ตื่นตัว หวาดระแวง และต้องการสำรวจพื้นที่ การที่ต้องเจอกับหมาตัวเก่าที่เป็นเจ้าของพื้นที่อยู่ก่อน ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นหมาพันธุ์ใหญ่ ก็เครียดแล้วในระดับหนึ่ง การได้เจอหมาเจ้าที่เก่าที่เป็นหมาพันธุ์ใหญ่ก็ยิ่งสร้างความตื่นกลัวเพิ่มขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง เราอาจจะเห็นเค้าตัวสั่น ตื่นตระหนก ดูลนลาน หรือขู่ด้วยความกลัว เมื่ออยู่ในระยะมองเห็นกันได้ หรือในทางกลับกัน หากเจ้าหมาพันธุ์เล็กของเรา มีความก๋ากั่นอยู่บ้าง ก็อาจจะได้เห็นเค้าพยายามเห่าไล่เจ้าตัวใหญ่ จนสร้างความรำคาญให้กับทั้งเจ้าหมาใหญ่และเราได้ไม่น้อย ทั้งหมดทั้งมวลนี้ขึ้นอยู่กับเจ้าของอย่างเราว่าจะเป็นสะพานสานมิตรภาพให้กับพวกเค้าอย่างไร

สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่เมื่อแรกพบ เราต้องรีบช่วยสานสัมพันธ์ให้กับพวกเค้าทันทีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ถ้ามีหมาเดิมอยู่ในบ้านตัวเดียว นั่นไม่ใช่เรื่องยากที่จะแนะนำให้พวกเค้าทั้งสองคุ้นเคยกัน แต่หากมีหมาหลายตัวอยู่ที่บ้านอยู่แล้ว ขอให้เริ่มโดยการพาเจ้าตัวเล็กตัวใหม่ ไปแนะนำสานสัมพันธ์กับเจ้าตัวเก่าที่ตัวเล็กที่สุดก่อน เมื่อเริ่มคุ้นเคยกันแล้ว ก็ค่อยๆ ทำอย่างเดียวกันกับตัวอื่นๆ

 

วิธีการก็ให้เริ่มตั้งแต่หน้าประตูบ้าน ก่อนที่จะพาเค้าเข้าบ้าน หน้าประตูคือพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเค้า ใส่สายจูงให้ทั้งคู่ เปิดประตู แล้วปล่อยให้เค้ายืนสังเกตการณ์สร้างความคุ้นชินกันสักครู่ ปล่อยให้เค้าได้สูดกลิ่น และดูกันและกันก่อน ไม่ควรรีบอุ้มเข้าบ้าน หรือลากเข้าบ้าน หากเค้ามีท่าทีไม่ยินยอม นี่เรียกว่าปฏิสัมพันธ์ที่ควบคุมได้ โดยเราจะได้สังเกตพฤติกรรมของเค้าทั้งสองตัวไปพร้อมๆ กันว่ามีตัวไหนมีท่าทีไม่ยอมรับอย่างเห็นได้ชัดหรือไม่ จะได้ไปปรับกันต่อไป

จากนั้นแบ่งอาณาเขตเพื่อป้องกันการกัดกัน สลับปล่อยตัวหนึ่งกับอีกตัวหนึ่งคนละช่วง ยังไม่ปล่อยให้เจอกัน เพียงแต่เห็นว่ามีกันและกันอยู่ ให้เราสังเกตดูท่าทีของทั้งสองว่าแสดงอำนาจเหนือทั้งคู่ หวาดกลัว หรือเป็นมิตรต่อกัน โดยให้จำกัดบริเวณเจ้าตัวใหญ่ไว้ก่อน และให้เจ้าตัวเล็กได้ทำความคุ้นเคยกับสถานที่ เมื่อคุ้นชินกับสถานที่แล้ว การแนะนำทั้งคู่ให้เข้าหากันก็คือ เล่นกับทั้งสองตัว โดยมีเราเป็นคนกลาง ให้แสดงท่าทีอย่างเป็นกลาง ไม่สนใจหรือเอาใจตัวใดตัวหนึ่งเป็นพิเศษ

หมานั้นมักจะแย่งกันเป็นใหญ่และแย่งกันเป็นจ่าฝูง เมื่อแนะนำให้พวกเค้าคุ้นเคยกันแล้ว การแก้ปัญหาการแย่งกันเป็นจ่าฝูงก็ง่ายนิดเดียว คือเราต้องขึ้นมาเป็นจ่าฝูงเสียเอง เพื่อที่จะควบคุมสุนัขทั้งตัวเล็กและตัวใหญ่ที่อยู่ร่วมกันอย่างสันติได้ ต้องทำให้พวกเค้ายอมรับกันและกัน คิดว่าเป็นสมาชิกฝูงเดียวกัน ลองฝึกให้พวกเค้าเดินด้วยกัน โดยวิธีการเดินนั้น เราจะต้องเดินนำ เจ้าตูบเดินตาม ให้เราถือสายจูงคนละมือ เพื่อให้เค้าเดินเคียงคู่กันไป ถ้าน้องหมาเริ่มมีอาการวอกแวก เช่น ดมพื้น หันมามองหน้ากัน หรือมีท่าทีว่าจะขู่และกัดกัน ให้กระตุกสายจูงเบาๆ เพื่อเป็นการเตือน

หลังจากที่เค้าเข้าใจว่าต่างฝ่ายต่างเป็นสมาชิกในฝูงเดียวกันแล้ว เราจะต้องปรับพฤติกรรมเพื่อให้เค้าสามารถอยู่ร่วมกันได้ ถ้าแยกพื้นที่ในการเลี้ยง ตัวใหญ่อยู่นอกบ้าน ตัวเล็กอยู่ในบ้าน หรือแยกห้องกันอยู่ก็สามารถทำได้ แต่ไม่จำเป็นต้องแยกแบบปิดตาย ควรปล่อยให้มองเห็นกันได้ ดมกลิ่นกันได้บ้าง เพื่อรับรู้การมีอยู่ของกันและกัน

recommended articles

Pembroke Welsh Corgi lover

เรื่องราวของความหลงใหลในสุนัขสายพันธ์คอร์กี้ ของคุณแนน ทำให้เกิดเพจน่ารักๆ จนกลายมาเป็นนัก breeder และเจ้าของฟาร์มในเวลาต่อมา

บทสัมภาษณ์ “มิว ศุภศิษฏ์” กับน้อง “ช็อปเปอร์”

จากพระเอกคู่จิ้นสู่ศิลปินเพลงป๊อปสุดฮอต ที่ไม่ว่าจะมีผลงานทางด้านไหนก็เอาใจเหล่า Mewlions (มิวเลี่ยน) ไปเต็มๆ Pet Hipster ฉบับนี้จึงนำหนุ่มหล่ออย่าง มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ มาขึ้นปกในคอนเซปต์ Reflection มาเปิดเผยอีกด้านของทัศนคติที่คุณอาจไม่รู้ และความน่ารักของน้องชอปเปอร์ หมาปอมสุดรักของหนุ่มมิว ศุภศิษฏ์ มาร่วมถ่ายแฟชั่นในเล่มนี้กันด้วย