BACK

โรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่างในแมว

เจ้าของน้องแมวหลายท่านอาจเคยพบเจอกับปัญหาว่าเจ้าแมวเหมียวที่บ้านเข้าออกกระบะทรายบ่อย ปัสสาวะใช้เวลานาน

แถมยังออกมากะปริบกะปรอยอีก หรือร้องครวญครางตอนปัสสาวะ และบางครั้งก็อาจจะพบว่าปัสสาวะของน้องแมวมีเลือดปน อาการทั้งหลายเหล่านี้บ่งบอกว่าน้องแมวกำลังมีปัญหาปัสสาวะไม่ออก หากปล่อยไว้จะส่งผลให้ไตวายตามมาได้ จากการที่ปัสสาวะไหลย้อนกลับเข้าไป และเสียชีวิตได้ภายใน 2 -4 วัน หากไม่ได้รับการักษา

การเกิดโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่างในแมว หรือ FLUTD สามารถพบได้ทั้งแมวเพศผู้และเพศเมีย

แต่มักจะพบบ่อยในแมวเพศผู้มากกว่า สาเหตุของโรคนี้ยังไม่ชัดเจน แต่พบว่าปัจจัยที่มีผลที่ทําให้แมวเกิดอาการของโรคนี้มีอยู่ด้วยกันหลายประการ ได้แก่ พฤติกรรม (ขาดการออกกําลังกายหรือถูกกักขัง กินน้ำน้อย หรือชอบอั้นปัสสาวะ), สภาพร่างกาย (มีภาวะน้ำหนักเกิน หรืออ้วนเกินไป), เพศ (แมวเพศผู้ที่จะมีลักษณะทางกายภาพของท่อปัสสาวะที่เล็กและแคบกว่าเพศเมีย), ความเครียด (การเปลี่ยนแปลงสิ่งแวดล้อม), สมาชิกหนาแน่นหรือแปลกใหม่ (มีการเลี้ยงแมวหนาแน่นหลายตัวรวมกัน หรือมีการรับสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เข้ามา ทำให้แมวเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยจากสัตว์ตัวอื่นๆ), อาหารและน้ำ (การที่แมวดื่มน้ำน้อย หรือได้รับระดับแร่ธาตุในอาหารไม่สมดุลกัน ทําให้มีความเสี่ยงต่อการเกิดผลึกนิ่วในปัสสาวะ) ทั้งนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ อีก เช่น เนื้องอก หรือความผิดปกติของระบบประสาท แต่พบได้ค่อนข้างน้อย

การวินิจฉัย FLUTD นั้นสามารถทําได้โดยดูจากประวัติการรักษา และจากอาการที่กล่าวมาข้างต้น ร่วมกับการตรวจร่างกายคลําช่องท้องว่า พบกระเพาะปัสสาวะขยายใหญ่ มีการปวดเกร็งหรือไม่ การตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะ เพื่อดูค่าความเป็นกรดด่าง รวมถึงองค์ประกอบต่างๆและตรวจหาผลึกนิ่วด้วยการเอ็กซเรย์ และอัลตราซาวด์ เพื่อดูลักษณะของทางเดินของท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะ

วิธีการรักษาของโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่างนี้ขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงที่เกิดขึ้น และลักษณะของการอุดตัน โดยสามารถทำการรักษาได้โดย…

* การรักษาทางยา โดยให้ยาปฏิชีวนะในรายที่มีการติดเชื้อ ซึ่งควรมีการเพาะเชื้อจากปัสสาวะ เพื่อเลือกกลุ่มตัวยาได้ถูกต้อง หรือให้กลุ่มยาที่มีฤทธิ์ขยายท่อปัสสาวะและช่วยละลายนิ่ว

* การปรับสมดุลกรดด่างของปัสสาวะเพื่อให้นิ่วละลาย ทั้งนี้ต้องทราบชนิดของนิ่วที่เป็นก่อน

* การสอดท่อปัสสาวะในรายที่มีการอุดตัน(บางกรณีอาจมีการให้ยาซึม เพื่อให้แมวผ่อนคลาย ลดอาการเจ็บปวด และเกิดการคลายตัวของทางเดินปัสสาวะ เพื่อให้สวนท่อได้ง่ายมากขึ้น

* การให้สารน้ำ เพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำ แก้ไขภาวะความเป็นกรดด่าง ความไม่สมดุลของแร่ธาตุ

* กรณีมีก้อนนิ่ว ก็ขึ้นอยู่กับชนิดของนิ่วว่าจะผ่าตัด รักษาด้วยยา หรือให้อาหารสัตว์ป่วยเฉพาะโรค

* การลดภาวะความเครียด เช่น การนําสัตว์ที่ทําให้แมวรู้สึกไม่ปลอดภัยออกไป การเลี้ยงที่ไม่หนาแน่นเกินไป การมีพื้นที่หรือสถานที่สำหรับปัสสาวะที่สะดวกและสะอาด

* การผ่าตัดแปลงเพศ ซึ่งจะใช้วิธีนี้กับเพศผู้ เพื่อขยายท่อทางเดินปัสสาวะให้กว้างขึ้นคล้ายแมวเพศเมีย กรณีท่อปัสสาวะอุดตันอย่างสมบูรณ์ หรือปัสสาวะไม่ออกอย่างสมบูรณ์ หรือสวนหลายครั้งแล้วไม่ดีขึ้น

ดังนั้น เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจากโรคทางเดินปัสสาวะส่วนล่างในแมว เราควรเลือกอาหารที่เหมาะสม ทั้งคุณภาพและปริมาณ จัดเตรียมน้ำสะอาดให้แมวตลอดเวลา และไม่เลี้ยงแมวให้อ้วนจนเกินไป หากเป็นแมวเพศผู้ที่ทําหมันแล้วจะยิ่งมีความเสี่ยงสูง เราจึงต้องคอยหมั่นสังเกตพฤติกรรมการปัสสาวะของน้องแมว และปริมาณปัสสาวะ เพื่อที่จะได้เห็นความผิดปกติตั้งแต่เนิ่นๆ และพาไปพบสัตวแพทย์เพื่อทําการตรวจวินิจฉัยรักษาตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อให้น้องแมวมีสุขภาพดีอยู่กับเราไปนานๆ ค่ะ

ด้วยความปรารถนาดีจาก Pet Friends Groups

โรงพยาบาลเพื่อนสัตว์เลี้ยงศรีราชา (เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง) โทร 038-773007, 089-2248865 หรือ Facebook “โรงพยาบาลเพื่อนสัตว์เลี้ยงศรีราชา-รักษาสัตว์ 24 ชั่วโมง”

คลินิกเพื่อนสัตว์เลี้ยงศรีราชา (9.00 – 21.00 น.) โทร. 092-0124002 หรือ Facebook “คลินิกเพื่อนสัตว์เลี้ยงศรีราชา”

คลินิกเพื่อนสัตว์เลี้ยงบางแสน (Pet Friends Bangsaen) (9.00 – 20.00 น.) โทร.038-199174, 098-7165698 และ Facebook “PetFriends Bangsaen”