BACK

6 โรคจากเห็บหมัด เป็นอันตรายต่อสุนัข

รู้หรือไม่? ทำไมช่วงหน้าฝนเจ้าเห็บหมัดถึงระบาดหนัก

สาเหตุมาจากไข่เห็บหมัดที่แม่มันวางไว้ตามมุมต่างๆ ของบ้านจะฟักออกมาเป็นตัวได้ดีเมื่อเจออากาศชื้น และอากาศในช่วงหน้าฝนนี่แหละเหมาะยิ่งนัก เจ้าของสุนัขจึงจำเป็นต้องใส่ใจดูแลเจ้าตูบเป็นพิเศษในช่วงหน้าฝนนี้ เห็บหมัดเห็นตัวเล็กจิ๋วเท่าปลายนิ้ว แต่มีพิษสงไม่น้อยเหมือนตัวของมันเลย สามารถนำโรคมาสู่สุนัขต่างๆ นานา ตั้งแต่เป็นผื่นคันจนถึงเป็นโรคร้ายที่ทำให้เสียชีวิตได้ เรามาทำความรู้จักโรคแต่ละโรคกันว่าเห็บหมัดทำร้ายเจ้าตูบของเราได้อย่างไร

1 โรคโลหิตจาง

เนื่องจากทั้งเห็บและหมัดเป็นแมลงดูดเลือดที่กินเลือดเป็นอาหาร ดังนั้น หากสุนัขของเรามีเห็บหมัดมาเกาะกินอาศัยอยู่ตามตัวจำนวนมาก สุนัขก็จะถูกเห็บหมัดดูดกินเลือดจนเป็นตัวเต่ง ซึ่งทำให้เกิดโรคโลหิตจางตามมา

2 โรคพยาธิเม็ดเลือด อี.เคนิส

โรคนี้เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเห็บกัด โดยขณะที่เห็บดูดเลือดก็จะปล่อยเชื้อพยาธิเม็ดเลือดที่ชื่อ อี.เคนิส ให้กับสุนัขเคราะห์ร้ายของเรา ซึ่งเชื้อจะเข้าไปอยู่ในเม็ดเลือดชนิดโมโนไซต์ ทำให้สุนัขป่วยด้วยอาการอ่อนพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง น้ำหนักลด โลหิตจาง ต่อมน้ำเหลืองและม้ามโต

3 โรคพยาธิเม็ดเลือด บาบีเซีย

เกิดจากถูกเห็บกัดเช่นเดียวกับ อี.เคนิส แต่บาบีเซียจะมุ่งทำลายเม็ดเลือดแดงเพียงอย่างเดียว ซึ่งปล่อยทิ้งไว้สุนัขก็จะตายด้วยโลหิตจางอย่างรุนแรงเช่นกัน

4 โรคพยาธิเม็ดเลือด เฮปาโตซูน

เกิดจากการที่สุนัขกินเห็บที่มีเชื้อนี้เข้าไป พยาธิเม็ดเลือดเฮปาโตซูนก็จะทำให้สุนัขมีอาการ เป็นไข้ น้ำหนักลด เบื่ออาหาร ขาหลังอ่อนแรง บางตัวถึงขั้นเดินขากะเผลกเนื่องจากกล้ามเนื้ออักเสบ

5 การติดเชื้อพยาธิตัวตืด

จัดเป็นพยาธิลำไส้ชนิดหนึ่ง อยู่ในจำพวกพยาธิตัวแบน ซึ่งพยาธิตัวแก่จะอาศัยอยู่ในลำไส้ของสุนัขแล้วปล่อยปล้องที่คล้ายเม็ดแตงกวาหลุดปะปนมากับอุจจาระ พยาธิตัวตืดนี้ติดต่อผ่านหมัดที่กินไข่พยาธิเข้าไป แล้วสุนัขมากินหมัดที่มีไข่พยาธินั้น อาการที่แสดงออกคือ ไม่จำเป็นจะต้องท้องเสียเสมอไป แต่อุจจาระอาจจะเหลวมากขึ้น อาจมีภาวะท้องมาน เนื่องมาจากการสูญเสียโปรตีนและสารอาหารไปให้พยาธิในลำไส้ ทำให้น้ำหนักลด มีอาการคันก้นอาจจะมีการเอาก้นไถพื้น

6 โรคภูมิแพ้น้ำลายหมัด

โรคนี้เป็นโรคผิวหนังอักเสบที่เกิดจากการแพ้น้ำลายของหมัด ทำให้สุนัขมีอาการคันอย่างรุนแรงและมีผิวหนังแดงและอักเสบ พบได้บริเวณแนวสันหลังหรือบริเวณที่มีหมัดอาศัยอยู่ ซึ่งหากไม่จัดการปราบหมัดให้หมดสิ้น สุนัขก็จะทนทุกข์ทรมานจากผิวหนังอักเสบ เพราะแพ้น้ำลายหมัดตลอดไป

ได้รู้จัก 6 โรคร้ายจากเห็บหมัดกันไปแล้ว หากเจ้าของสุนัขพบอาการผิดปกติกับสุนัขก็ควรรีบพามาตรวจโดยเร็วเพื่อที่จะได้รักษาได้ทันท่วงที ซึ่งสัตวแพทย์จากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อได้ให้คำแนะนำว่า

“เมื่อมีอาการที่น่าสงสัย สัตวแพทย์จะตรวจร่างกาย เจาะเลือด และวินิจฉัยว่าเป็นพยาธิเม็ดเลือดชนิดใด มีค่าเลือดใดที่ผิดปกติบ้าง จะได้รักษาได้ครอบคลุม ซึ่งเจ้าของควรให้สุนัขกินยาให้ครบ มาตรวจร่างกายตามนัด และเช็คเลือดสม่ำเสมอ แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพราะการรักษาพยาธิเม็ดเลือดให้ครบคอร์สจะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ ในบางรายที่มีภาวะเลือดจางรุนแรง อาจต้องถ่ายเลือดเพื่อช่วยชีวิตก่อน จากนั้นจึงค่อยกินยารักษาพยาธิเม็ดเลือด รักษาที่ต้นเหตุ กินยาบำรุงเลือดต่อไป และเมื่อหายดีแล้วควรใช้ยาหรืออุปกรณ์ป้องกันเห็บหมัดเป็นประจำทุกเดือน เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ”

การป้องกันสุนัขให้ห่างไกลจากเห็บหมัด ในปัจจุบันมีการกำจัดเห็บหมัดหลายรูปแบบ ทั้งยาหยดหลังคอ ยากิน ยาฉีด หรือปลอกคอ ที่สามารถป้องกันเห็บหมัด และพยาธิหนอนหัวใจ สามารถเลือกใช้ได้ตามความสะดวก หากพาสุนัขไปเดินเล่นสนามหญ้าแนะนำให้พ่นสเปรย์ยาป้องกันเห็บหมัดตามง่ามเท้าและใต้ท้อง เพื่อลดโอกาสที่เห็บหมัดจะเกาะติดมา ถ้าที่บ้านหรือรอบๆ บ้านมีเห็บหมัดเยอะอาจใช้น้ำยาที่สามารถกำจัดเห็บหมัดได้ถูพื้น และทำความสะอาดเป็นประจำ

 

สำหรับเจ้าของสุนัขที่ไม่แน่ใจว่าเจ้าตูบของตัวเองถูกเห็บหมัดทำร้ายมาหรือเปล่า

ก็สามารถพาไปตรวจเช็กร่างกายเบื้องต้นได้ที่โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อทุกสาขา สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/ThonglorPet โทร.02-079-9999