BACK

ANIMAL REHABILITATION CENTER ศูนย์กายภาพบำบัดในสัตว์เลี้ยง โรงพยาบาลสัตว์สมุทรสงคราม

จากประสบการณ์ด้านการทำงานของ “หมอตุ๊ – น.สพ. ถิรวัฒน์ สุมาลัย” ด้านงานศัลยกรรมกระดูก

คุณหมอเล็งเห็นว่าการผ่าตัดจะดีขนาดไหน และสมบูรณ์แบบขนาดไหน ก็ยังมีสุนัขและแมวบางส่วนที่ยังใช้การอวัยวะของตัวเองได้ไม่เต็มที่ หรือแทบไม่ได้ใช้เลย คุณหมอจึงเห็นความสำคัญของการกายภาพบำบัดมาช่วยในการรักษา โดยศึกษาค้นคว้าวิชาการด้านกายภาพบำบัดและหาเทคนิคใหม่ๆ เพื่อมารักษาอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งในปัจจุบันนั้นมีอุปกรณ์และนวัตกรรมที่ทันสมัยมาช่วยให้สัตวแพทย์ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบและเพิ่มประสิทธิผลได้อย่างดีเยี่ยม และ Healthy Talk ฉบับนี้ เราได้รับเกียรติไปพูดคุยกับหมอตุ๊ ผู้อยู่เบื้องหน้าความสำเร็จของ “ศูนย์กายภาพบำบัดในสัตว์เลี้ยง โรงพยาบาลสัตว์สมุทรสงคราม”

จุดเริ่มต้นของศูนย์กายภาพบำบัดในสัตว์เลี้ยง

ย้อนหลังไปราวๆ สัก 20 ปี สมัยเริ่มมีการศัลยกรรมกระดูกในสัตว์เลี้ยง ทำให้เราเข้าใจว่าแม้ว่าการผ่าตัดจะดีขนาดไหน สมบูรณ์แบบขนาดไหน เจ้าของดูแลดีขนาดไหน ก็ยังมีสุนัขบางส่วนที่ยังยกขาอยู่ ใช้ขาน้อย หรือแทบไม่ใช้ขาเลย บางตัวก็ยังพิการอยู่หลังจากที่ได้รับการผ่าตัด ผมก็เลยมาคิดว่าจะทำอย่างไรให้เปอร์เซ็นต์เหล่านั้นมันลดลง ทำอย่างไรให้สุนัขกลับไปใช้ขาได้มากขึ้นกว่าเดิม ผมก็ลองไปดูว่าฝรั่งเขาทำอย่างไรกันบ้าง ทุกตำราเขียนเหมือนกัน คือจะต้องมีกายภาพบำบัดเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นเราก็เลยศึกษาค้นคว้าและเฝ้ารอว่าเทคนิคและวิชาการด้านการกายภาพบำบัดจะเข้ามาสู่เมืองไทย และเมื่อ 5 – 6 ปีที่ผ่านมา ทางมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ได้นำความรู้เหล่านี้มาให้ศึกษา จึงเป็นที่มาของการเริ่มทำศูนย์กายภาพบำบัดอย่างจริงจังครับ

หลักการวิธีการกายภาพบำบัดที่เห็นผลได้จริง

เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการกายภาพบำบัดนั้นแบ่งเป็น 2 วัตถุประสงค์ กายภาพบำบัดสำหรับเรื่องระบบกระดูกกับการกายภาพบำบัดเพื่อระบบประสาท สมมติว่าถ้าเคสไหนเข้ามาเป็นเรื่องของศัลยกรรมกระดูก เรื่องการใช้ขา เอ็นข้อต่อ หรืออะไรก็ตาม เราก็ต้องมุ่งเน้นไปที่การกายภาพบำบัดอีกแบบหนึ่ง แต่ถ้าเป็นเรื่องระบบประสาทเราก็ต้องมุ่งเน้นไปอีกแบบหนึ่ง ถ้าคิดง่ายๆ เลยก็คือ การกายภาพบำบัดโดยใช้อุปกรณ์ (Physical modality) การกระตุ้นด้วยไฟฟ้าในระดับผิวหรือในระดับที่ลึกลงไป การกายภาพบำบัดด้วยการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ ต่อมาก็เป็นการพัฒนาการกายภาพบำบัดด้วยเลเซอร์, ช็อคเวฟ ซึ่งในปัจจุบันก็มีเครื่องที่มีนวัตกรรมที่กล่าวมาข้างต้นจบครบในเครื่องเดียว ไม่ต้องแยกเครื่องเหมือนแต่ก่อน ต่อมาการกายภาพบำบัดแบบไม่ใช้อุปกรณ์ก็คือ การออกกำลังกาย ‘ดัด เหยียด ดึง งอ’ หรือการกายภาพด้วย Aquatic Therapy โดยใช้น้ำบำบัด ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วนเล็กๆ คือการใช้สระว่ายน้ำ และลู่เดินในน้ำ

นวัตกรรมมีส่วนช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น

ยกตัวอย่างเรื่องของศัลยกรรมกระดูก หลังจากผ่าตัดสุนัขจะยังมีการเจ็บปวดอยู่ในช่วงต้นๆ ซึ่งเราจะมุ่งเน้นในเรื่องของการลดความปวดลง หลังจากความปวดหายไปแล้ว เราถึงจะมุ่งเน้นเรื่องการใช้ขา และเมื่อการใช้ขาเสร็จก็จะเป็นการจบภารกิจของเรา มาในเรื่องของระบบประสาทแน่นอนการรักษาจะเริ่มจากศูนย์เลย การกายภาพบำบัดในช่วงต้นๆ ต้องกระตุ้นระบบประสาทด้วยกระแสไฟฟ้าก่อน และมาใช้การออกกำลังโดยการปั่น เหยียด ดึง งอ หลังจากนั้นเราก็จะลองดูว่าสุนัขเริ่มใช้ขา เริ่มลงน้ำหนักไหม ถ้าลงน้ำหนักแล้วเราก็จะนำเค้ามาออกกำลังมากขึ้นเช่นเดินในลู่เดินในน้ำ ซึ่งแรกๆ สุนัขอาจจะยังโซซัดโซเซอยู่ เราก็จะใช้การเดินในน้ำปริมาณที่สูงเพื่อช่วยพยุง ไม่เอียงไปเอียงมา และเริ่มมั่นใจที่จะเดิน พอเดินได้ดีเราก็จะลดระดับน้ำลง ก็จะเริ่มมีแรงต้านมากขึ้น หมาก็จะเริ่มมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงมากขึ้น จากนั้นเราก็จะเริ่มลดระดับน้ำลงไปอีกให้เหลือประมาณตาตุ่ม หรือระดับต่ำกว่าหน้าแข้งลงไป สุนัขก็จะมีการยกขาที่เป็นท่าทางเดินที่เหมือนธรรมชาติมากที่สุด

ติดตามผลการรักษาอย่างใกล้ชิด

เราก็จะมีการติดตามว่าสัปดาห์แรกเป็นอย่างไร ต่างกันไหม และจะต้องมีเป้าหมายก่อนใน 4 สัปดาห์ ในภาษาที่เราเรียกก็คือ โกลล์ทัช เช่น ระยะเวลานี้ขาของสุนัขจะต้องสัมผัสพื้นแล้วหรือยัง หลังจากที่เท้าสัมผัสพื้นแล้วจะต้องทำอะไรต่อในสัปดาห์ต่อไปเป็นสเต็ปๆ ไปเรื่อยๆ ตามเคส ซึ่งช่วงอายุของสุนัขที่เข้าการรับกายภาพบำบัดก็มีทุกช่วงอายุครับ บางเคสถูกรถชนกระดูกหัก บางเคสอายุมาก ข้อสะโพก ข้อเข่า ข้อไหล่ ก็เสื่อมลงๆ บางเคสกระดูกหักและมีอาการทางระบบประสาทด้วย ซึ่งเราก็จะเน้นการรักษาให้ตรงจุดเป็นลำดับขั้นตอน

ความประทับใจที่หาซื้อไม่ได้

รอยยิ้มของเจ้าของที่พาสัตว์เลี้ยงมารักษา ได้เห็นสุนัขที่เดินไม่ได้กลับมาเดินได้อีกครั้ง ผมขอเล่าถึงเคสของสุนัขที่ผมตั้งชื่อว่า “โชคช่วย” แล้วกันนะครับ ย้อนกลับไปราว 5 – 6 ปีก่อนที่เราจะตัดสินใจเปิดศูนย์กายภาพบำบัด โชคชัยมาจากร้อยเอ็ด เค้าเป็นสุนัขที่ถูกรถชนแล้วหลังหัก ขาของเค้าใช้การไม่ได้ เดินตุปัดตุเป๋อยู่ข้างๆ บึงน้ำแห่งหนึ่งในจังหวัดร้อยเอ็ด จากนั้นก็มีหน่วยกู้ภัยสัตว์ไปช่วยมา แล้วก็ติดต่อผมเข้ามา ผมเลยตัดสินใจช่วยเหลือทันที กระดูกสันหลังของโชคช่วยหักมานานแล้ว เราเริ่มก็เช็คระบบประสาทของโชคช่วยว่ายังโอเคอยู่หรือเปล่า จากนั้นก็เริ่มนำมาทำการกายภาพบำบัด ในที่สุดโชคช่วยก็เริ่มใช้ขาได้มากขึ้น ซึ่งเหตุการณ์ในตอนนั้นมันระเบิดความคิดระเบิดความรู้สึกที่ดีออกมา ทำให้ผมและทีมแพทย์ของผมรู้สึกว่าการกายภาพบำบัดมันมีผลต่อสุนัขที่น่าจะกลายเป็นสุนัขพิการไปตลอดชีวิตอยู่แล้ว โชคช่วยเป็นสุนัขสายพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ในช่วงการรักษา ทุกวันเราจะพาเขาไปแขวนขาและพาไปเดินทุกวัน ใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าราคาไม่กี่พันบาทในการช่วยรักษา ซึ่งในสมัยนั้นก็ยังไม่มีนวัตกรรมเข้ามาในบ้านเรา โชคช่วยกลับมาเดินได้แบบ 80 เปอร์เซ็นต์ของสุนัขปกติ ความรู้สึกของผมกับทีมแพทย์ตอนนั้นไม่บอกไม่ถูกจริงๆ ทั้งดีใจ ทั้งปลื้มใจ ปิติยินดี ที่เราสามารถทำให้สุนัขพิการกลับมาเดินได้อีกครั้ง และนั้นก็จุดประกายให้ผมตั้งศูนย์กายบำบัดในสัตว์เลี้ยงนี้ขึ้นมาครับ