BACK

Believe It or Not! แมวมงคลตามความเชื่อไทย

เดิมที “แมวพันธุ์ไทยแท้” มีมากถึง 23 สายพันธุ์ โดยตามตำราแมวไทยโบราณ แบ่งเป็น “แมวมงคล” 17 สายพันธุ์

ซึ่งปัจจุบันหลงเหลืออยู่เพียง 6 สายพันธุ์เท่านั้น และ “แมวให้โทษ” อีก 6 สายพันธุ์ ซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้วทั้งหมด เนื่องจากผู้คนไม่นิยมเลี้ยง สำหรับแมวมงคลในประเทศไทยทั้ง 6 สายพันธุ์ที่ยังเหลืออยู่ มีดังนี้

แมวศุภลักษณ์ มีขนสีทองแดง หรือสีน้ำตาลสนิม จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า แมวทองแดง ดวงตาสีทับทิมเป็นประกายน้ำค้าง เชื่อว่าหากใครเลี้ยงแมวศุภลักษณ์จะแคล้วคลาดจากภยันตราย และเป็นการเพิ่มลาภยศอีกด้วย

แมวสีสวาด มีสีขนคล้ายสีขี้เถ้า บางตัวอาจจะมีสีขาวแซม มีความเชื่อว่าบ้านไหนเลี้ยงไว้ก็จะมีความสุขสบายใจ เป็นที่รักใคร่ของผู้คน

แมวแซมเศวต แมวที่มีขนสีดำแซมด้วยสีขาวเล็กน้อย (เศวตแปลว่าสีขาว) เป็นแมวไทยโบราณที่เคยหายสาบสูญไปแล้ว แต่เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว แมวแซมเศวตถูกค้นพบและมีผู้เลี้ยงเอาไว้อีกครั้ง

แมววิเชียรมาศ แมวสีขาวหม่น ที่มีจุดแต้มน้ำตามเข้ม 8 แห่ง ได้แก่ หน้า หาง เท้าทั้ง 4 หูทั้ง 2 เชื่อว่าเป็นแมวชั้นสูง หากมีเลี้ยงไว้จะทำให้บ้านนั้นมีโชคมีลาภเข้ามาตลอด

แมวโกนจา ขนสีดำสนิทละเอียดสวยงาม ลักษณะท่าทางปราดเปรียว เวลาเดินสง่างามดั่งสิงห์ มีความเชื่อว่าบ้านไหนมีเลี้ยงไว้จะมีอำนาจมาก

แมวขาวมณี ขนสั้นขาวสะอาด นัยน์ตาสีฟ้าหรือเหลืองอำพัน แต่หากแมวขาวมณีตาสีฟ้า ผสมกับแมวขาวมณีตาสีอำพัน ลูกที่ออกมาจะมีตาสีฟ้าข้างหนึ่ง และสีเหลืองอำพันข้าง ตามความเชื่อถือว่าเป็นแมวเทพเจ้า หากเลี้ยงในบ้านจะค้ำคูณเจ้าของ และนำโชคลาภมาให้

“แมวให้โทษ” ที่ไม่ควรเลี้ยงไว้ในบ้าน

แมวทุพลเพศ มีขนสีขาว ดวงตาสีแดงเหมือนสีเลือด ว่ากันว่ามักชอบลักขโมยปลาชาวบ้านทุกคืน

แมวพรรณพยัคฆ์ ลักษณะสีขนและลวดลายเหมือนเสือ ขนสาก มีเสียงร้องเหมือนเสียงผีโป่ง

แมวปีศาจ ถือว่าเป็นแมวให้โทษที่ดูจะร้ายกาจที่สุด เพราะเมื่อคลอดลูกออกมา ก็จะกินลูกของตัวเองจนหมด

แมวหิณโทษ เชื่อกันว่ามักนำภัยพิบัติมาสู่บ้านที่เลี้ยง และยังมีความเชื่อว่าเหมือนถูกสาปให้ไม่ว่าจะท้องกี่ครั้ง ลูกก็ต้องตายตั้งแต่ในครรภ์

แมวกอบเพลิง มักหลบซ่อนไม่ให้ใครพบเห็น แต่หากใครมีเลี้ยงเอาไว้ ก็จะทำให้ผู้เลี้ยงมีโทษภัยถึงตัว

แมวเหน็บเสนียด มีลักษณะเหมือนค่าง คือจะซ่อนหางขดไว้ใต้กันเสมอ รูปร่างดูพิกลพิการ มีความเชื่อว่าหากบ้านใดมีเลี้ยงไว้จะทำให้เสียชื่อเสียง