BACK

Cesar Millan กว่าจะเป็น “ผู้หยั่งรู้จิตใจสุนัข”

Cesar Millan ชื่อนี้อาจจะไม่เป็นที่คุ้นหูนักในบ้านเรา เว้นแต่ว่าคุณจะเป็นคนรักสุนัขที่ติดตามข่าวสารอยู่ตลอดเวลา

แต่ที่สหรัฐชื่อเสียงของชายผู้นี้โด่งดังไม่แพ้ดาราฮอลลีวูดเลย เพราะเขาคือ “นักฝึกสุนัข” ที่ได้ชื่อว่าเป็น The Dog Whisperer หรือ“ผู้หยั่งรู้จิตใจสุนัข” ซึ่งฉายานี้ได้มาจากการกำราบพฤติกรรมไม่น่ารักของเหล่าสุนัข ให้กลายเป็นสุนัขแสนเชื่องได้ในพริบตา ไม่ว่าจะเป็นสุนัขที่หวงอาหาร ไม่ยอมให้แม้กระทั่งเจ้าของเข้าใกล้ สุนัขที่ไม่ยอมให้ตัดแต่งขนบริเวณใบหน้า และสุนัขที่แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวต่างๆ ที่ทั้งเจ้าของและครูฝึกคนอื่นๆ ต่างก็จนปัญญาจะแก้ไข ทว่าเขาสามารถจัดการได้อยู่หมัด

จุดเริ่มต้นของนักฝึกสุนัขชื่อดัง มาจากวัยเด็กที่มีโอกาสได้คลุกคลีอยู่กับฝูงสุนัขในฟาร์มของคุณปู่ในประเทศเม็กซิโก เป็นเวลานานที่เขาได้สังเกตวิถีชีวิตของสุนัขที่อยู่กันเป็นฝูงตามธรรมชาติ ทำให้เขาได้เห็นพฤติกรรมและวิธีการสื่อสารภายในฝูง ประกอบกับการเป็นคนชอบอ่านหนังสือและดูรายการโทรทัศน์เกี่ยวกับสุนัข ทำให้เขาเริ่มเข้าใจพฤติกรรมสุนัขเป็นอย่างดี จนเมื่ออายุ 15 เขาได้มีโอกาสได้ทำงานในศูนย์รักษาสัตว์แห่งหนึ่ง ที่ซึ่งเขาได้แสดงความสามารถในการปราบสุนัขแสนดื้อให้คนอื่นเห็นและทุกคนต่างทึ่งในความสามารถของเขา และเรียกเขาว่า The Dog Boy เป็นการเติมเชื้อไฟให้ความฝันที่อยากจะเป็นนักฝึกสุนัขของเขาให้ลุกโชนนับแต่นั้นมา

เช่นเดียวกับคนที่ประสบความสำเร็จคนอื่นๆ เส้นทางของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ Cesar ในวัย 21 ลักลอบเดินทางเข้าสหรัฐโดยผิดกฎหมายเพื่อไขว่คว้าความฝัน แถมยังมีเงินติดตัวไม่กี่ดอลลาร์ และไม่มีความรู้ด้านภาษาอังกฤษเลย แต่เพื่อความอยู่รอด เขายอมทำงานสารพัดอย่าง ไม่ว่าจะเป็นรับจ้างล้างรถ พนักงานตัดแต่งขนสุนัข รับจ้างพาสุนัขไปเดินเล่นใน Los Angeles โดยเขาเล่าถึงประสบการณ์การเดินทางบนเส้นทางที่ไม่สวยงามในตอนนั้นว่า “ตอนผมเป็นวัยรุ่น ผมได้รู้จักผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเสนอว่าจะแนะนำให้ผมรู้จักแชมป์ฝึกสุนัข 2 คน ถ้าผมจ่ายเงินก้อนโตให้เขา ผมให้เงินทั้งหมดที่เก็บออมจากการทำงานกับเขาไป แต่พอผมไปตามที่อยู่ที่เขาให้มากลับไม่เจอใครเลยสักคน ตอนนั้นแหละถึงรู้ตัวว่าโดนหลอกเข้าแล้ว”

โชคดีที่เขาไม่ยอมหันหลังกลับบ้านไปตั้งแต่ตอนนั้น แถมยังทำงานและเรียนรู้เพื่อพัฒนาตัวเองโดยการสังเกตทุกอย่างที่เกิดขึ้นรอบๆ ตัว

ซึ่ง Cesar บอกว่าเป็นวิธีพัฒนาตัวเองที่เขาไม่ชอบเอาเสียเลย แต่เขาก็ได้บทเรียนว่าถ้าอยากพิชิตความฝันของตัวเอง เราก็ต้องเรียนรู้จากทุกประสบการณ์ ทุกคนคือครู ไม่เพียงแต่คนที่ส่งเสริมเท่านั้น แต่ยังรวมถึงคนที่ฉุดเราลงด้วย “ชีวิตมักจะมีวิธีการในการท้าทายคุณเสมอ และการถอยมาตั้งหลักก็ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่มันคือบททดสอบและคุณจะได้เรียนรู้ผ่านบททดสอบนั้นว่า คุณต้องการทำให้มันสำเร็จมากแค่ไหน” นักฝึกสุนัขชื่อดัง สะท้อนมุมดีๆ จากชีวิตที่ต้องดิ้นรน

ไม่เพียงแต่เคยโดนหลอกเท่านั้น Cesar ยังเคยถูกไล่ออกจากงานอีกด้วย ซึ่งทำให้เขาต้องใช้ชีวิตในสิ่งแวดล้อมที่เลวร้าย มีทั้งยาเสพติด อาชญากรรม และความรุนแรง สำหรับใครหลายคนนั่นอาจจะไม่ใช่สถานที่ที่ดีในการเริ่มต้นธุรกิจ แต่เขาพบว่าที่นั่นเป็นตลาดที่พร้อมสำหรับการฝึกสุนัขเพื่อการป้องกันตัว “เมื่อคุณเดินตามความฝัน คุณต้องมีความคิดสร้างสรรค์ และคว้าโอกาสที่เข้ามาให้ได้มากที่สุด สิ่งที่ผมได้เรียนรู้ก็คือคุณไม่จำเป็นต้องมีเงินเพื่อที่จะทำตามความฝัน เพราะผมก็ไม่มีเลยเหมือนกัน แต่สิ่งที่คุณต้องมีคือความเชื่อมั่นในตัวเอง” Cesar กล่าว

เด็กหนุ่มจากเม็กซิโกได้สั่งสมประสบการณ์และพัฒนาชื่อเสียงของเขามาเรื่อยๆ จากการทำงานที่ได้ใกล้ชิดสุนัข จนสามารถเปิดศูนย์ฝึกสุนัขของตัวเองที่แรกได้สำเร็จในชื่อ The Pacific Point Canine Academy โดยมี Jada Pinkett Smith ภรรยาของ Will Smith นักแสดงฮอลลีวูดชื่อดังเป็นลูกค้าคนแรก โดยเธอสนับสนุน Cesar มาตั้งแต่ตอนที่เขายังทำงานล้างรถอยู่นั่นเอง และยังเป็นผู้หาติวเตอร์มาสอนภาษาอังกฤษให้เขานานนับปีอีกด้วย ต่อมาในปี 1998 Cesar ก็ได้เปิดศูนย์ฝึกสุนัขอีกแห่งในชื่อ Dog Psychology Center ที่ Los Angeles ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกสุนัขพันธุ์ใหญ่โดยเฉพาะ นอกจาก Jada แล้วก็ยังมีเหล่าคนดังในฮอลลีวูดหลายคนมาขอความช่วยเหลือจากเขา ไม่ว่าจะเป็น Ridley Scott ผู้กำกับภาพยนตร์, Vin Diesel และ Oprah Winfrey ซึ่งเขาก็ไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง โดยนอกจากศูนย์ฝึกสุนัขแล้ว เขายังได้สร้างเว็บไซต์ Cesarsway.com ซึ่งกลายเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญสำหรับการช่วยเหลือและให้คำแนะนำเกี่ยวกับสุนัข รวมถึงโครงการ Cesar Millan Pack Project สำหรับช่วยเหลือและฝึกสุนัขทั้งที่มีเจ้าของและสุนัขจรจัด

แน่นอนว่า Cesar ไม่ใช่ผู้มีเวทย์มนตร์ที่เสกให้สุนัขเชื่อฟังเขาได้ แต่การฝึกของเขานั้นเป็นการวางตัวผู้ฝึกในฐานะ “จ่าฝูง” ซึ่งต้องอาศัยความเชื่อใจและการยอมรับ สุนัขจึงจะยอมโอนอ่อนผ่อนตามโดยง่าย แต่หากพวกเขาไม่ยอมรับว่าผู้ฝึกเป็นจ่าฝูง สุนัขก็จะแสดงความเป็นจ่าฝูงขึ้นมาแทน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดพฤติกรรมก้าวร้าว ส่วนเคล็ดลับในการฝึกตนเองให้เป็นจ่าฝูง Cesar บอกว่าต้องใช้ความนิ่ง สุขุม และแสดงให้สุนัขเห็นว่าพวกเขามีตำแหน่งต่ำที่สุดในบ้าน แต่ต้องไม่มีการใช้ความรุนแรง

ที่สำคัญบรรดาเจ้าของต้องระวังการแสดงความรักต่อสุนัขไม่ให้ผิดที่ผิดเวลา เพราะจะส่งผลให้พวกเขามีความไม่มั่นคงทางอารมณ์ และเกิดพฤติกรรมก้าวร้าวได้ ข้อนี้ Cesar แนะนำว่าให้เจ้าของมอบความรักเมื่อสุนัขอยู่ในอาการสงบเท่านั้น ซึ่งจะช่วยให้สุนัขรู้สึกปลอดภัย มั่นคง และได้เรียนรู้ว่าจะได้รับความรักก็ต่อเมื่อทำตัวน่ารักเท่านั้น ซึ่งเจ้าของเองต้องอดทนอย่างมาก อย่าใจอ่อนกับลูกอ้อนของเจ้าตัวแสบเด็ดขาด

สำหรับการฝึกที่เรียกว่าเป็นท่าไม้ตายของ Cesar เอาไว้สยบความดื้อ ก้าวร้าว ไม่ฟังใคร ก็คือ “การฉก” หรือการเลียนแบบพฤติกรรมการกัดเตือนเมื่อลูกฝูงทำผิดกฎ เช่น เวลาที่แม่สุนัขตักเตือนลูกสุนัข ซึ่งวิธีนี้จะไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บ เพราะมีจุดประสงค์เพียงให้ลูกฝูงหยุดพฤติกรรมที่เป็นปัญหาในทันทีเท่านั้น

ชื่อเสียงและความสำเร็จของ Cesar ยังไม่หยุดแค่การเปิดศูนย์ฝึกสุนัขเท่านั้น เมื่อปี 2002 เขาได้ร่วมงานกับ MH Entertainment เพื่อผลิตรายการโทรทัศน์ Dog Whisperer เรียลิตี้โชว์ที่ตามติด Cesar ขณะที่เขาทำหน้าที่ในการฝึกสุนัขเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ออกอากาศทางช่อง National Geographic เมื่อปี 2004 ซึ่งเรียกว่าดังเป็นพลุแตก ทะยานขึ้นเป็นรายการอันดับหนึ่งของช่อง ณ ขณะนั้น จากนั้นก็มีโอกาสได้นั่งเก้าอี้บรรณาธิการนิตยสาร Cesar’s Way ในสหรัฐและแคนาดา ซึ่งเป็นนิตยสารที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนและสุนัข และยังทยอยผลิตผลงานทางโทรทัศน์ออกมาอีกหลายชิ้น

จากกระแสตอบรับที่ดีของรายการโทรทัศน์ของเขาไม่ว่าจะเป็น Dog Whisperer หรือ Cesar’s Recruit Asia ทำให้เขาได้เดินทางไปรอบโลก ทั้งจัดรายการ World Tour Fan Meeting และเฟ้นหาสุดยอด Cesar แห่งเอเชีย เพื่อจะมาช่วยเหล่าสุนัขที่มีปัญหา ปรับพฤติกรรมของคนเลี้ยงและสัตว์เลี้ยง ซึ่งไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศที่เขาได้เดินทางมาเยือน Cesar เคยให้สัมภาษณ์กับสื่อไทยว่า เขาอยากนำโครงการ Cesar Millan Pack Project ที่ประสบความสำเร็จแล้วในอเมริกา มาเปิดที่ประเทศไทย แต่สิ่งที่เขามองหาอยู่ในตอนนี้ที่จะทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้ในประเทศไทยคือคนที่มีความเชี่ยวชาญในการฝึกสุนัข และยังบอกด้วยว่ารู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก ที่ประเทศไทยมีในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแบบอย่างในการรักสุนัข

นอกจากจะเป็นตัวอย่างที่ดีในเรื่องการรักสัตว์และอุทิศตัวเพื่อสุนัขแล้ว เชื่อว่าสิ่งหนึ่งที่ทุกคนจะได้รับหลังจากอ่านเรื่องราวของผู้ชายคนนี้ ก็คือการที่คนธรรมดาคนหนึ่งมีความฝันอันแรงกล้า และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค สุดท้ายแล้วก็จะนำมาซึ่งรางวัลที่คุ้มค่าเสมอ ที่ Cesar ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่เพียงเพราะเขาหยั่งรู้จิตใจสุนัขเท่านั้น แต่ที่สำคัญคือเขาหยั่งรู้ความต้องการของตัวเองตั้งแต่เด็ก และก้าวเดินบนเส้นทางนั้นอย่างแน่วแน่จนถึงเส้นชัย และเป็น Cesar Millan นักฝึกสุนัขผู้ยิ่งใหญ่ในวันนี้

recommended articles

Pembroke Welsh Corgi lover

เรื่องราวของความหลงใหลในสุนัขสายพันธ์คอร์กี้ ของคุณแนน ทำให้เกิดเพจน่ารักๆ จนกลายมาเป็นนัก breeder และเจ้าของฟาร์มในเวลาต่อมา

บทสัมภาษณ์ “มิว ศุภศิษฏ์” กับน้อง “ช็อปเปอร์”

จากพระเอกคู่จิ้นสู่ศิลปินเพลงป๊อปสุดฮอต ที่ไม่ว่าจะมีผลงานทางด้านไหนก็เอาใจเหล่า Mewlions (มิวเลี่ยน) ไปเต็มๆ Pet Hipster ฉบับนี้จึงนำหนุ่มหล่ออย่าง มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ มาขึ้นปกในคอนเซปต์ Reflection มาเปิดเผยอีกด้านของทัศนคติที่คุณอาจไม่รู้ และความน่ารักของน้องชอปเปอร์ หมาปอมสุดรักของหนุ่มมิว ศุภศิษฏ์ มาร่วมถ่ายแฟชั่นในเล่มนี้กันด้วย