BACK

เปิดใจเรื่อง หมาๆ ของช่างภาพสุดฮิป “คเชนทร์ วงศ์แหลมทอง”

เมื่อเปรียบสัตว์เลี้ยงกับงานแฟชั่น

ผมมองว่าสองอย่างนี้ไปในทิศทางเดียวกันนะ มันก็เหมือนกับว่าแฟชั่นมีแนวทางนี้จาก Trendsetter คนก็เฮตามกันไป มันก็เหมือนกับพันธุ์สุนัขที่เปลี่ยนไป เมื่อก่อนเคยนิยมเลี้ยง ชิวาวา ชิสึ แล้วเปลี่ยนมานิยมเลี้ยงพันธุ์อื่นๆ อย่างเมื่อก่อน French Bulldog ยังไม่มีคนสนใจเลี้ยงเท่าไหร่ แล้วอยู่มาวันนึงก็ฮิต คนก็เฮเลี้ยงตามกันใหญ่ มาทุกวันนี้ก็ตกอันดับ แล้วมันก็จะวนลูปอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ แต่ถ้ามองในมุมของชีวิต เราไม่ควรเอาชีวิตหนึ่งชีวิตมาทิ้งๆ ขว้างๆ พอเลิกฮิตก็ทิ้ง มันไม่ใช่ มันคนละประเด็น

เลี้ยงหมาก็เหมือนทำงานศิลปะ

ก่อนจะลงมือทำต้องศึกษาให้ดีก่อน ควรจะต้องศึกษาโรคตามสายพันธุ์ และต้องใช้ประสบการณ์ อย่าง French Bulldog ที่ผมเลี้ยงเป็นสุนัขหน้าสัตว์ เลยทำให้มีปัญหาทางเดินหายใจ นอนกรน อย่างในช่วงนี้อากาศค่อนข้างร้อนก็อาจจะเกิดปัญหาภาวะเป็นลมแพ้ร้อน การดูแลทำความสะอาดของหมาพันธุ์นี้ก็เป็นสิ่งสำคัญโดยเฉพาะบริเวณจมูกและตา เพื่อลดสิ่งสกปรกและคราบน้ำตาที่ทำให้อับชื้น

ผมเห็นด้วยกับความคิดที่ว่า ถ้าเราเลี้ยงสุนัขเราควรจะให้เค้ากินดีๆ เลี้ยงดีๆ ตั้งแต่เด็ก เพราะว่าถ้าเราเลี้ยงไม่ดีพอแก่ตัวไปค่ารักษามันจะเท่ากันเลย เพราะฉะนั้นผมเลือกที่จะเลี้ยงพวกเค้าให้ดีตั้งแต่แรกดีกว่า แล้วยิ่งพันธุ์นี้ด้วยคนอาจจะมองแค่ว่ามันน่ารัก แต่รู้มั้ยว่าปัญหาที่จะต้องเจอนั้นมีเป็นร้อย

เลี้ยงหมาหนักใจเหมือนกันนะ

ผมเลี้ยงหลายตัวมันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเค้าจะกัดกัน ซึ่งเราเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก อย่างแม่กับลูกกัดกัน พี่กับน้องกัดกัน แต่เข้าใจว่ามันเป็นธรรมชาติแหละ แต่บางครั้งมันก็หนักถึงกับขั้นเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจ หรืออาการภูมิแพ้หนักๆ สำหรับสายพันธุ์ กินอาหารธรรมดาไม่ได้ แพ้เนื้อไก่ แพ้ยุงทุกชนิด แพ้ไรฝุ่น แพ้หญ้า เวลาเค้าแพ้ก็จะเกาจนแดงไปทั้งตัว ผมถึงบอกไงว่าก่อนจะเลี้ยงคุณต้องศึกษาให้ดีก่อน และเมื่อเจอปัญหาคุณพร้อมจะดูแลเค้าไปตลอดชีวิตมั้ย อยากให้คิดทบทวนให้ดี

สิ่งที่ผมรู้สึกเสียใจในอดีต

เมื่อย้อนกลับไปตอนผมเป็นวัยรุ่น ที่บ้านผมก็เลี้ยงหมาอยู่ตัวนึง เวลาผมนั่งเล่นกับเพื่อนๆ หน้าบ้านดึกดื่นๆ มันก็ไม่ยอมขึ้นบ้าน เหมือนมันรอเรา แต่ตอนนั้นผมกลับไปไล่มันอย่างไม่มีเยื่อใย คือผมเตะมัน ทั้งๆ ที่มันหวังดีกับเรา รักเรา และเป็นห่วงเรา และมันคือตราบาปที่อยู่ในใจผมมาจนทุกวันนี้ ถามว่าเสียใจมั้ย เสียใจครับ…

ปัญหาหมาจรลงมือทำ ไม่ต้องป่าวประกาศ

ปัญหาหมาจรทุกวันนี้มีสองกลุ่ม กลุ่มที่ลงมือทำกับกลุ่มสร้างภาพ อย่างป้าๆ ลุงๆ ทั้งหลายที่เค้าเลี้ยงหมาจรแมวจรเป็นร้อยๆ ตัว เค้าก็หาเลี้ยงเอง เพราะเจตนาของเค้าคือต้องการช่วยจริงๆ เค้าเมตตาจริงๆ ไม่ใช่ต้องการสร้างภาพ ส่วนอีกกลุ่มก็ประโคมข่าวกันเข้าไป เอางบมาทำ CSR อย่างนู้น Charity อย่างนี้ แล้วผลมันเป็นอย่างไร อนาคตระยะยาวคุณได้มองถึงตรงนั้นหรือเปล่า แล้วไอ้เรื่องพิษสุนัขบ้านี่มันไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย มันไม่ใช่เรื่องน่ากลัว มันอยู่กับเรามีนานนมแล้ว พอหน้าร้อนทีก็ประกาศกันที Set Zero กันที แล้วก่อนหน้านี้ทำอะไรกันอยู่ สาเหตุของปัญหาก็รู้อยู่แล้วว่ามันเกิดจากอะไร และจะป้องกันอย่างไร เราควรจะตระหนักกันมาตั้งนานแล้ว

อีกปัญหาใหญ่ก็คือ ‘คนเลี้ยง’

ถามใจตัวเองก่อนว่าต้องการอะไรจากการเลี้ยง คนเราเลี้ยงหมาไม่เหมือนกัน ผมเคยเจอคนที่เค้าเลี้ยงหมาพันธุ์ดุมาก เจตนาคืออยากเลี้ยงเพิ่มประชากรหมาดุ แต่เค้าไม่สามารถควบคุมหมาให้อยู่ในคำสั่งได้ มันก็เลยกลายเป็นภาระ ซึ่งมันเป็นภาระที่เกิดกับตัวเอง ผลคืออยู่บ้านไม่ได้ ต้องแบ่งโซนหมา โซนคน หรือแม้กระทั่งการพาหมาออกไปนอกบ้านก็ไม่สามารถทำได้ เมื่อเราควบคุมเค้าไม่ได้ เค้าก็จะคุมเราแทน ผมว่าแบบนี้มันไม่มีความสุขหรอก ไม่รู้จะเลี้ยงไปเพื่ออะไร หมาก็ไม่สามารถไปเจอโลกได้ พูดให้เข้าใจง่ายๆ นะ คือ เลี้ยงแบบพ่อแม่รังแกฉัน นั่นแหละ ฝากนะครับเรื่องนี้เรื่องใหญ่ ถ้าอยากเลี้ยงก็ควรเลี้ยงให้มีความสุข และใช้ใจเลี้ยง

DOGS ARE FAMILY

NOT FASHION ACCESSORIES  

“คเชนทร์ วงศ์แหลมทอง” บรรณาธิการภาพนิตยสาร a day, Hamburger