BACK

Garfield in the Real World แมวแชมป์โลก สายพันธุ์เอ็กโซติก

หลายคนคงเคยดูการ์ตูนแมวการ์ฟิลด์ แล้วรู้สึกอยากเลี้ยงแมวหน้าตากวนๆ ตัวสีส้ม ที่มีนิสัยขี้เกียจ แต่แสนน่ารักน่ากอด เช่นเดียวกับ คุณตุ๊ก – รพีพร ไพศาลกิจเจริญ”

วิศวกรสาว เจ้าของฟาร์ม Alpana Cattery หนึ่งในผู้เข้าร่วมงานประกวดแมว CFA (Cat Fanciers Association) สมาคมจากอเมริกาที่มีสมาชิกอยู่ทั่วโลกอย่างสม่ำเสมอ จากความอยากเลี้ยงแมวในการ์ตูนของเธอ ทำให้เธอกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะพันธุ์แมว “เอ็กโซติก ชอร์ตแฮร์” ที่ครั้งนี้ คุณตุ๊กจะมาแชร์ประสบการณ์การเลี้ยงแมวสำหรับประกวด ให้ผู้อ่านสายทาสทั้งหลายได้มีไอเดียพาลูกๆ ไปขึ้นโต๊ะประกวดกับเค้าบ้าง

อย่างที่รู้…ไม่ว่าจะเลี้ยงสัตว์อะไรก็ตามเราต้องมีความรักความผูกพันให้แก่พวกเค้า อย่างตัวพี่เอง พี่อยู่กับสัตว์มาตั้งแต่เด็ก

เพราะที่บ้านเป็นฟาร์มเพาะพันธุ์ไก่ แล้วคุณพ่อคุณแม่ก็จะเลี้ยงหมาและแมวไว้ในบ้านเต็มไปหมด พอโตมามีครอบครัวเป็นตัวเองพี่ก็ยังมีความคิดที่อยากจะเลี้ยงสัตว์อยู่ ซึ่งพี่เลือกที่จะเลี้ยงแมวเพราะไปดูการ์ตูนการ์ฟิลด์มานี่แหละ เข้าไปหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตว่าสายพันธุ์เจ้าการ์ฟิลด์เป็นสายพันธุ์อะไร จนได้ข้อมูลมาว่าเป็น เอ็กโซติก ชอร์ตแฮร์ แต่กว่าจะได้มาก็ไม่ง่ายนะคะ เพราะเมื่อ 10 กว่าปีก่อนข้อมูลหายากกว่าสมัยนี้เยอะ พี่ไปเจอมาจากฟาร์มนึงในประเทศไทยนี่แหละ ก็เลยรับมาเลี้ยง 2 ตัว แล้วพอได้เลี้ยง เราพบว่าเจ้าแมวเอ็กโซติก ชอร์ตแฮร์เนี่ยไม่เหมือนกับพันธุ์ไหนๆ เลย นอกจากรูปร่างหน้าตาที่น่ารักน่ากอด อ้วนๆ กลมๆ แล้ว เค้าจะเป็นแมวที่นิ่งเงียบ เรียบร้อย ใจดี ขี้อ้อน และค่อนข้างจะติดคนมาก อย่างเวลาที่จะจับอาบน้ำ เค้าก็จะนั่งเฉยให้อาบง่ายๆ เลย หรืออย่างเวลาตัดเล็บ เค้าก็นั่งให้ตัดเรียบร้อย สายพันธุ์เอ็กโซติก ชอร์ตแฮร์ เค้าเป็นแมวที่รู้ชื่อตัวเองนะ อย่างเวลาเรียกเค้าแล้วเอามือตีที่ตัก เค้าก็จะวิ่งกระโดดขึ้นมานั่งเลย แล้วก็นั่งให้เราลูบให้เราเล่นอยู่อย่างนั้น ไม่ให้หลงยังไงไหวใช่มั้ยคะ

 

พอเลี้ยงมาสักพักก็เริ่มเข้ามาคลุกคลีในแวดวงการประกวดแมว สิ่งที่เป็นเสน่ห์อีกอย่างเลยที่พี่สัมผัสได้คือ

บรรยากาศของคนรักแมวที่ได้มาเจอกัน ได้เจอเพื่อนๆ ที่เค้าส่งแมวมาเข้าประกวดเหมือนกัน แล้วก็จะแชร์ข้อมูลต่างๆ กันอย่างเต็มใจ ทั้งวิธีการดูแล วิธีการอาบน้ำ การเลือกอาหาร และข้อมูลยิบย่อยอื่นๆ อีกมากมาย พอคนรักแมวเหมือนกันมารวมตัวกันความหฤหรรษ์ก็บังเกิด (หัวเราะ) สนุกดีค่ะ สำหรับตัวพี่เองก็ไม่ได้อยากจะเอาแมวไปแข่งขันกับใคร ก็แค่อุ้มแมวตัวที่สวยที่สุดในบ้านไปลองเทียบกับแมวของชาวบ้านดูบ้าง แต่พอกรรมการชมว่าแมวเราสวย เราก็ดีใจนะ เพราะเป็นแมวที่เราทำคลอดเองกับมือ ดูแลเค้ามาเหมือนลูกของเรา พอเค้าได้รับรางวัลมันก็เป็นความภูมิใจที่เรามีกับเค้า

โดยวิธีการประกวดอย่าง CFA เค้าจะแบ่งแมวออกเป็นแต่ละสายพันธุ์

อย่างเอ็กซ์โซติก ชอร์ตแฮร์ ก็จะมีเพียงสายพันธุ์นี้อย่างเดียวเลย ทั้งตัวผู้และตัวเมีย ทุกสี มารวมกันให้กรรมการจับสัมผัสและดูลักษณะในภาพรวม ทั้งสีสัน มาร์กกิ้งต่างๆ บนตัว โครงหน้า ลักษณะโครงสร้างที่เหมาะสมและตรงตามมาตรฐานสายพันธุ์ จากนั้นกรรมการก็จะเลือกตัวที่มีลักษณะสมบูรณ์ที่สุดออกมาเพียง 1 ตัว ก็จะทำแบบนี้กับทุกสายพันธุ์ ครบแล้วกรรมการก็จะเอาที่หนึ่งของทุกสายพันธุ์มารวมกันในรอบสุดท้าย แล้วจึงตัดสิน หากมีแมวเข้าประกวด 250 ตัว ก็จะมีรางวัลให้ 10 ตำแหน่งไม่ซ้ำกัน เป็นต้นค่ะ และสิ่งที่ควรทำความเข้าใจก่อนเลี้ยงแมวเพื่อนำเค้าไปประกวดก็คือ แมวของเราจะไม่สามารถใช้ชีวิตปกติเหมือนแมวทั่วไปได้ พื้นที่เราควรจำกัดให้เค้า ไม่ควรให้เค้าออกไปวิ่งเล่น หรือเลี้ยงแบบปล่อยได้ และให้ความสำคัญในเรื่องการเลือกอาหาร เพราะแมวแต่ละสายพันธุ์มีลักษณะเฉพาะตัวแตกต่างกัน การให้เค้ากินอาหารที่เราไม่สามารถบอกได้ว่ามีสารอาหารครบถ้วนไหม เช่นให้กินข้าวคลุกปลาทูทุกวัน ย่อมไม่เป็นผลดีกับสุขภาพของน้องแมว ยกตัวอย่างเช่นกรดอะมิโนทอรีน ที่แมวไม่สามารถผลิตได้เอง เราจึงต้องมั่นใจว่าอาหารที่เราให้ มีกรดอะมิโนทอรีนอย่างเพียงพอ น้องแมวที่ขาดกรดตัวนี้จะมีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อหัวใจและอาจตาบอดได้เลยนะคะ

ดังนั้น แมวทุกตัวของพี่ พี่ให้กินอาหารของ Royal Canin ที่เลือกผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้ก็เกิดจากที่ลองผิดลองถูกมาเยอะค่ะ เรียกว่าครบทุกแบรนด์ แต่พอให้เค้าลองกิน Royal Canin ก็สัมผัสได้ว่า เค้ามีสุขภาพที่แข็งแรงและมีขนที่เงางามขึ้น ก็เลยเลือกใช้อาหารของแบรนด์นี้มาตลอด ส่วนใครที่ซื้อแมวของที่ฟาร์มไปก็จะแนะนำให้ใช้อาหารนี้ด้วยเช่นกันตั้งแต่ลูกแมวยันพ่อพันธุ์แม่พันธุ์เลยค่ะ ใครที่สนใจแมวของพี่ พี่ก็ไม่ได้ขายทุกคนนะคะ ต้องสัมภาษณ์กันระดับนึงเลย แล้วก็จะมีการติดตามว่า เค้าอยู่อย่างไร กินได้ไหม ขับถ่ายได้ไหม ก็จะคอยถามไถ่และคอยเป็นที่ปรึกษาให้ตลอด

สุดท้ายอยากจะฝากถึงคนที่กำลังคิดจะเริ่มเลี้ยงแมวนะคะ ก่อนอื่นถามตัวเองก่อนเลยว่า

คุณอยากจะเลี้ยงเค้าจริงไหม คุณมีเวลาดูแลเค้าไหม แล้วคุณจะดูแลเค้าไปตลอดชีวิตไหม เพราะเค้ามีอายุมากกว่า 10 ปีนะ ถ้าเค้าเจ็บป่วย คุณพร้อมจะดูแลเค้าไหม พาเค้าไปหาหมอ ป้อนอาหารป้อนยาได้ไหม หรือแม้แต่เรื่องง่ายๆ อย่างทุกวันที่กลับมาถึงบ้าน คุณให้ข้าวให้น้ำเค้าก่อนได้ไหม เพราะว่าเค้าหาข้าวหาน้ำกินเองไม่เป็นนะคะ ถ้าคุณทำไม่ได้ คุณอย่าเลี้ยงเลยดีกว่า หรือถ้าคุณแค่อยากเลี้ยงเพราะเค้าน่ารักเหมือนตุ๊กตา ก็อย่าเอาไปเลี้ยงเลย เพราะเค้ามีชีวิต นี่คือสิ่งที่เราบอกกับคนที่จะมารับแมวของเราไปเลี้ยงทุกคน อย่างแมวที่บ้านพี่อายุยืนสุดก็ 19 ปี ทุกวันนี้ก็ยังแข็งแรงดีอยู่เลย