BACK

HOME IS WHERE MY DOG IS บ้านของปอร์เช่

ฉันเป็นเด็กไกลบ้าน … บ้านเกิดของฉันอยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ตั้งแต่แอดมิชชั่นติดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ฉันก็ต้องย้ายไปอยู่ที่โน่น

กว่าจะได้กลับบ้านแต่ละครั้งกินเวลาเกือบ 3 – 4 เดือน เพราะต้องรอจนกว่าจะถึงช่วงเวลาปิดเทอม หลังจากเรียนจบ กลับไปอยู่บ้านได้สักพัก ก็เป็นอันต้องย้ายมาทำงานที่กรุงเทพฯ

ทุกๆ ครั้งที่ได้กลับบ้านมันจึงเปรียบเสมือนช่วงเวลาอันแสนพิเศษสำหรับฉัน นอกจากความรัก ความอบอุ่นที่ได้รับจากทุกคนในครอบครัวแล้ว ก็มีเจ้าสี่ขาเพื่อนซี้ของฉันนี่แหละ ที่มักจะออกมารอต้อนรับฉันอย่างอบอุ่นเสมอ ใช่แล้วค่ะ ฉันมีเพื่อนซี้เป็นน้องหมา “ปอร์เช่” หมาตัวเมียพันธุ์ไซบีเรียนฮัสกี้ มันย้ายจากกรุงเทพฯ เข้ามาร่วมชายคาเดียวกับครอบครัวเราตั้งแต่มันอายุได้ 1 ขวบ ด้วยเหตุผลที่ว่า บ้านเก่าของมันเป็นตึกแถว ไม่มีพื้นที่ให้วิ่งเล่น และอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้มันต้องถูกเนรเทศออกมาคือ ปอร์เช่มักจะแอบไปกัดกระต่ายของบ้านข้างๆ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ตัวเจ้าของเก่าเองก็แก้ไม่ตก ทางออกเดียวที่จะจบปัญหานี้ได้คือ การย้ายมันออกไปซะ

ฉันชินแล้วกับรับเลี้ยงหมาต่อจากคนอื่น ตั้งแต่จำความได้ หมาทุกตัวฉันเลี้ยงก็ล้วนส่งต่อจากเจ้าของเก่ามาทั้งนั้น ทั้ง “นกหวีด” น้องหมาสีดำพันธุ์พุดเดิ้ล ที่หนีออกจากบ้านข้างๆ ตามป๊ามาอยู่ด้วยกัน แล้ว “หมูหยอง” พุดเดิ้ลสีน้ำตาลลูกชายของนกหวีดก็ตามมาอยู่ด้วย รวมถึง “เจนนี่” ไซบีเรียนฮัสกี้สาวขาพิการตัวโปรดของแม่ที่ย้ายมาอยู่กับเราทั้งๆ ที่ลูกของมันยังไม่หย่านมดี “ไข่ต้ม” น้องหมาพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ของป้าที่ชอบวิ่งไล่รถจนป้าเกิดอาการรำคาญ จากน้องหมาลูกรักจึงกลายเป็นลูกชัง และถูกขับไล่ไสส่งในทันที “บิ๊กโบ๊ท” หมาตัวใหญ่ขี้อ้อน แต่หน้าดุ ลายเสือ ลูกผสมร็อตไวเลอร์ – พิทบูลที่มีนิสัยหวงของในบ้านเป็นที่สุด และสมาชิกตัวล่าสุด “ปอร์เช่” ก็เป็นน้องหมามือสองจากเจ้าของที่ไม่ต้องการเช่นกัน

ฉันยังจำครั้งแรกที่ได้เจอกับปอร์เช่ได้ดี มันเป็นน้องหมาไซบีเรียนฮัสกี้สีขาว-ดำ นัยน์ตาสองสี

สภาพผอมโซ วิ่งกระโจนเข้ามาเล่นกับฉันราวกับว่าเราสนิทกันมานาน อาจเพราะเจ้าของเก่าของมันเป็นผู้หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน เราเลยสนิทสนมได้อย่างรวดเร็วเป็นพิเศษ การย้ายบ้านมาอยู่กับครอบครัวของเรานั้นฉันขอคิดเองเออเองว่าเป็น “โชคดี” ปอร์เช่ปรับตัวเข้ากับบ้านเราได้อย่างง่ายดาย จากหมาที่ผอมก็เริ่มอ้วนท้วนสมบูรณ์ และทุกครั้งที่ฉันกลับมาบ้าน มันก็จะวิ่งมากระโดดกอดเพื่อเป็นการต้อนรับเหมือนวันแรกที่เจอกันเสมอ ไม่ว่าฉันจะขยับตัวไปไหน ทำอะไร มันก็จะคอยเดินตามมาคลอเคลียไม่ห่าง

นอกจากจะเป็นเพื่อนซี้ในเวลาที่ฉันอยู่บ้านแล้ว ปอร์เช่ก็เป็นเหมือนศูนย์รวมของคนทั้งบ้านในเวลาเดียวกัน ครอบครัวของฉันไม่ได้มีกิจกรรมพิเศษที่ทำร่วมกันมากนัก ทานข้าวก็ไม่พร้อมหน้า ใครสะดวกเวลาไหนก็สามารถทานได้แบบไม่ต้องรอกัน แม้แต่โมเมนต์นั่งดูทีวีด้วยกันยังแทบหาไม่ได้ จะมีก็ต้องการอาบน้ำดูแลมันนี่แหละ ที่สามารถรวมตัว ป๊า แม่ พี่ชายและฉัน ให้ใช้เวลาอยู่รวมกันได้ดีที่สุดแล้ว

ฉันเชื่อเสมอว่า ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หรือจะต้องย้ายไปเรียนหรือทำงานไกลยังไง และต่อให้ไม่ได้กลับบ้านเป็นเดือนหรือเป็นปี สำหรับปอร์เช่แล้ว ฉันก็ยังคงชัดเจนในความทรงจำของมัน เหมือนที่มันก็ยังคงชัดเจนในความทรงจำของฉันเสมอ

BY : IT’S ME BAITONG

 

Pet Hipster ขอเชิญชวนผู้อ่านทุกท่านส่งเรืองราวความรักความผูกพันระหว่างคุณกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก พร้อมภาพประกอบ เพื่อตีพิมพ์ในคอลัมน์ My Beloved Story โดยสามารถส่งมาได้ที่ editor.pethipster@gmail.com เรื่องที่ได้รับเลือกจะได้รับของที่ระลึกสุดพิเศษจากเรา

recommended articles

5 วิธีทำให้แมวรักแมวหลง

ทาสแมวหลายๆคนคงเคยประสบปัญหา น้องแมวไม่รัก ไม่อ้อน ไม่สนใจกันใช่หรือไม่

“เก้า สุภัสสรา” ขอเม้าท์ลูกๆตัวป่วน

“เราเล่นกับเค้ามันก็ทำให้เราลืมความทุกข์ใจ พอกลับมาบ้านมันก็ทำให้เรามีเอนเนอร์จี้ต่อในการทำให้มีชีวิต่อได้”