BACK

IN HEAT … IN LOVE เมื่อสัตว์ “เป็นสัด” คนรักสัตว์ต้องรู้

ใครก็ตามที่มีสัตว์เลี้ยงตัวโปรดอยู่ในความดูแล ก็คงอยากเข้าใจธรรมชาติของเขาให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้ดูแลอย่างถูกวิธี

โดยเฉพาะเมื่อสัตว์เลี้ยงอยู่ในฤดูผสมพันธุ์และมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปจากเดิม อาจทำให้เจ้าของมือใหม่กังวลใจได้ เราจึงขอนำเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเกี่ยวกับพฤติกรรมในช่วงฤดูผสมพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงยอดนิยม 5 ชนิด มาฝากเพื่อเป็นแนวทางในการสังเกตสัตว์เลี้ยงของคุณกัน

#สุนัข

เมื่อเข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์ สุนัขจะมีอาการที่เรียกว่า “เป็นสัด” หรือ “ติดสัด” เหมือนกับสัตว์อีกหลายชนิด โดยส่วนมากตัวเมียจะเริ่มเป็นสัดเมื่ออายุ 6 เดือน สังเกตได้จากอวัยวะเพศจะบวม ขยายใหญ่ขึ้น และมีเลือดออกมา ช่วงนี้สุนัขตัวผู้จะเริ่มเข้าหา แต่ตัวเมียจะไม่ยอมให้ผสมจนกว่าเลือดจะเริ่มจางลง โดยช่วงการผสมพันธุ์นี้อวัยวะเพศผู้จะล็อกเข้ากับของตัวเมียทำให้ตัวจะติดกัน ใช้เวลาประมาณ 15 นาที จึงจะแยกออกจากกันเอง ข้อควรระวังคือ ห้ามจับแยกเด็ดขาด เพราะอาจทำให้สุนัขบาดเจ็บได้ ช่วงที่สุนัขยอมให้ผสมพันธุ์จะกินเวลาประมาณ 7 – 9 วัน จากนั้นอวัยวะเพศเมียจะค่อยๆ ลดขนาดลง และเลือดก็จะหยุด ในช่วงนี้สุนัขตัวเมียอาจจะยอมให้ตัวผู้หลายตัวผสม จึงทำให้ลูกสุนัขที่เกิดมา มีลักษณะไม่เหมือนกันนั่นเอง

#แมว

แมวเหมียวเมื่ออยู่ในช่วงเป็นสัด ตัวเมียจะแสดงพฤติกรรมร้องเรียกตัวผู้ตลอดเวลา ส่วนแมวตัวผู้จะเข้ามาหาแล้วดมส่วนท้ายของร่างกาย หรืออาจเดินวนรอบๆ ด้วยความสนใจ และส่งเสียงร้องตอบ ซึ่งแมวตัวเมียอาจจะแสดงพฤติกรรมต่อต้านหรือขู่ในช่วงแรกพอเป็นพิธี แต่สักพักก็จะยอมให้ตัวผู้เข้าใกล้ เมื่อสบโอกาสตัวผู้ก็จะกัดหนังบริเวณต้นคอแล้วขึ้นขี่ตัวเมียทันที ส่วนสาวเจ้าก็จะงอหลังรับ ยกก้นขึ้น เบี่ยงหางไปด้านข้าง ยอมให้ตัวผู้ผสมแต่โดยดี

#กระต่าย

สัตว์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องการผสมพันธุ์บ่อยและถี่มากอย่างกระต่าย เมื่ออยู่ในช่วงติดสัด ตัวเมียจะมีอาการตื่นตัวตลอดเวลา ส่วนเพศผู้จะดุและอารมณ์หงุดหงิด และทั้งตัวผู้และตัวเมียจะอึเรี่ยราดมาก ซึ่งอาการแบบนี้จะเป็นอยู่ 1 – 2 วันเท่านั้น ถ้าเลี้ยงกระต่ายเป็นคู่ เมื่ออายุประมาณ 3 – 4 เดือนต้องแยกหนุ่มสาวให้อยู่กันคนละกรงก่อน เพราะถึงร่างกายจะสามารถผสมพันธุ์กันได้แล้ว แต่อาจไม่พร้อมสำหรับการเลี้ยงลูก และเมื่อเห็นว่ากระต่ายพร้อมที่จะผสมแล้ว ให้จับตัวเมียมาที่กรงตัวผู้ เพราะถ้านำตัวผู้ไปที่กรงตัวเมีย ตัวผู้จะไม่ยอมผสมพันธุ์เพราะผิดกลิ่นผิดที่ แต่หากเป็นเจ้าถิ่นแล้วมีสาวมาเยือน กระต่ายตัวผู้จะเข้าไปดมกลิ่นและทำการผสมพันธุ์ทันที

#เม่น

การผสมพันธุ์ของเม่นก็เหมือนกับกระต่าย คือต้องนำตัวเมียเข้าไปในอาณาจักรของตัวผู้ เหตุผลก็เพราะเมื่อตัวเมียเข้าไปในอาณาจักรของเม่นตัวอื่น เม่นสาวจะผิดกลิ่นและรู้สึกกลัว ทำให้ง่ายต่อการที่เม่นหนุ่มจะเข้าหาได้โดยไม่ถูกกัด เมื่อฝ่ายหญิงไม่ (กล้า) แสดงท่าทีต่อต้าน ตัวผู้จะเข้าไปดมก้นแล้วเดินวนเป็นวงกลม หรืออาจส่งเสียงร้อง และในขณะผสมพันธุ์อาจจะเห็นตัวผู้กัดตัวเมีย ก็ไม่ต้องตกใจไปเพราะนั่นเป็นเรื่องธรรมชาติ เม่นตัวเมียจะตกไข่ทุกๆ 7 วัน จึงควรให้เวลาทั้งสองได้พลอดรัก 7 – 10 วัน เพื่อให้แน่ในว่าการผสมพันธุ์นั้นได้ผล

#ชูการ์ไกรเดอร์

ตามธรรมชาติชูการ์ไกรเดอร์ หรือจิงโจ้ร่อน จะผสมพันธุ์กันในช่วงอายุระหว่าง 9 – 12 เดือน โดยในช่วงเวลาที่ผสมพันธุ์ตัวผู้บางตัวอาจจะหวงอาณาเขต หรือหวงตัวเมีย อาจมีการกัด หรือขู่ เพื่อป้องกันตัวเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามาในอาณาเขต และหากชูการ์ไกรเดอร์ตัวเมียท้อง ก็จะมีนิสัยที่เปลี่ยนไปเช่นกัน โดยบางตัวอาจหวงท้อง ซึม นิ่ง ไม่เหมือนปกติ และปากกระเป๋าหน้าท้องจะเปิดออก ซึ่งระยะที่เริ่มเห็นได้ชัดว่าตัวเมียกำลังท้องคือระยะ 1 เดือนเป็นต้นไป ที่กระเป๋าหน้าท้องจะนูนออกอย่างชัดเจน

recommended articles

Pembroke Welsh Corgi lover

เรื่องราวของความหลงใหลในสุนัขสายพันธ์คอร์กี้ ของคุณแนน ทำให้เกิดเพจน่ารักๆ จนกลายมาเป็นนัก breeder และเจ้าของฟาร์มในเวลาต่อมา

บทสัมภาษณ์ “มิว ศุภศิษฏ์” กับน้อง “ช็อปเปอร์”

จากพระเอกคู่จิ้นสู่ศิลปินเพลงป๊อปสุดฮอต ที่ไม่ว่าจะมีผลงานทางด้านไหนก็เอาใจเหล่า Mewlions (มิวเลี่ยน) ไปเต็มๆ Pet Hipster ฉบับนี้จึงนำหนุ่มหล่ออย่าง มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ มาขึ้นปกในคอนเซปต์ Reflection มาเปิดเผยอีกด้านของทัศนคติที่คุณอาจไม่รู้ และความน่ารักของน้องชอปเปอร์ หมาปอมสุดรักของหนุ่มมิว ศุภศิษฏ์ มาร่วมถ่ายแฟชั่นในเล่มนี้กันด้วย