BACK

Lynea Lattanzio เจ้าของอาณาจักรเหมียว ผู้เคยเลี้ยงแมวมาแล้วเกือบ 3 หมื่นตัว

เนื้อที่กว่า 30 ไร่ ในเมืองพาร์ลิเออร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ของสหรัฐ ถูกเจ้าของเปลี่ยนให้เป็นศูนย์พักพิงและรับเลี้ยงแมวที่ใหญ่ที่สุดในรัฐแคลิฟอร์เนีย

ในชื่อ The Cat House on the Kings องค์กรไม่แสวงผลกำไรที่มีภารกิจหลักในการช่วยเหลือแมวจรจัดให้ได้รับความรักในบ้านที่อบอุ่น ปลอดภัย และมีสุขอนามัยที่ดี ที่นี่จะเรียกว่าเป็นอาณาจักรแมวก็ได้ เพราะตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมา 27 ปี ได้ช่วยแมวกว่า 30,000 ตัว สุนัขอีก 7,100 ตัว (ไม่รวมสัตว์อื่นๆ อีก 56,000 ตัว ที่ทางศูนย์ได้ช่วยทำหมันให้) และปัจจุบันมีแมวและลูกแมวอยู่ในความดูแลมากกว่า 700 ตัว

“ฉันนี่แหละคือที่สุดของผู้หญิงที่คลั่งไคล้แมวอย่างสุดโต่ง” Lynea Lattanzio หญิงวัย 70 ผู้ก่อตั้ง The Cat House on the Kings พูดประโยคดังกล่าว เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นคน “บ้าแมว” ของเธอ ซึ่งแมวที่เธอเคยรับมาเลี้ยงและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันนั้นมีมากถึง 28,000 ตัว

ความบ้าแมวของ Lynea Lattanzio เกิดขึ้นในปี 1992

เมื่อพ่อของเธอได้ขอให้เธอช่วยเลือกแมว 2 – 3 ตัวมาเลี้ยงแทนที่แมวเหมียวตัวเดิม 2 ตัวที่จากไป แต่เมื่อเธอก้าวเข้าไปในศูนย์พักพิงสัตว์ที่เต็มไปด้วยเจ้าแมวเหมียวนับร้อยตัว ความน่ารักของแมวเหล่านั้นมันทำให้เธอถึงกับเลือกไม่ถูกว่าจะเอาตัวไหนกลับไปเลี้ยงดี จนท้ายที่สุดเธอก็ได้พาลูกแมวถึง 15 ตัวกลับบ้านในวันนั้น

ในปีเดียวกันเธอได้ช่วยเหลือแมวจรจัดอีก 96 ตัว นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอไม่สามารถหันหลังกลับได้ แต่เธอก็ไม่เคยคิดว่านั่นเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด เพราะมันทำให้เธอมีความสุขในทุกๆ วันที่ได้ตื่นมาเจอกองทัพแมวของเธอ

“แมวเป็นสัตว์ที่เป็นตัวของตัวเอง พวกเขาดูอิสระ สง่างาม ฉันมีความสุข และเพลิดเพลินกับการได้มองดูพวกเขา” นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ Lynea Lattanzio ชอบแมว และยังคงเดินหน้าช่วยเหลือแมวจรจัดอย่างไม่หยุดหย่อน จนถึงวันที่เธอได้เป็นเจ้าของอาณาจักรแมวแห่งนี้

ในช่วงเริ่มต้น ภาระทุกอย่างที่เธอต้องรับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่ารักษาพยาบาล ล้วนแล้วแต่มาจากเงินของ Lynea Lattanzio เองทั้งนั้น โดยเธอยอมขายทั้งรถและแหวนแต่งงาน เพื่อนำเงินมาดูแลแมวเหล่านี้ แต่เธอก็ยังไม่เคยคิดที่จะทอดทิ้งแมวแม้แต่ตัวเดียว แถมยังศึกษาเล่าเรียนต่อด้านสัตวแพทย์ โดยมีจุดประสงค์หลักคือ เพื่อนำความรู้มาดูแลแมวของเธอนั่นเอง และในที่สุด ในปี 1993 เธอก็สำเร็จการศึกษา ได้เป็นนักเทคนิคสัตวแพทย์ และได้ดูแลแมวด้วยตัวของเธอเอง ซึ่งนอกจากจะไว้วางใจได้มากที่สุดแล้วยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไปกับการพบสัตวแพทย์ในแต่ละครั้งอีกด้วย

ส่วนสภาพความเป็นอยู่ของแมวในศูนย์พักพิงแห่งนี้ แต่ละตัวจะถูกเลี้ยงอย่างอิสระ ให้อยู่กับธรรมชาติ ไม่ถูกกักขังในกรง จะมีก็เพียงรั้วรอบๆ เนื้อที่ 30 ไร่ของศูนย์ที่ล้อมไว้เพื่อกันไม่ให้สัตว์หลุดออกไปเผชิญอันตรายหรือหลงออกไปข้างนอกได้ และที่สำคัญไม่มีการการุณฆาตเด็ดขาด

ปัจจุบัน รายได้ของ The Cat House on the Kings ที่นำมาใช้จ่ายในการดูแลแมวกว่า 700 ตัว มาจาก 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ เงินบริจาคของบรรดาคนรักแมวทั้งหลาย และอีกส่วนหนึ่งก็มาจากบริการรับฝากเลี้ยงแมว ด้วยความที่ The Cat House on the Kings ดูแลแมวแบบปล่อยให้อยู่ตามธรรมชาติ เจ้าของแมวที่นำแมวมาฝากเลี้ยงจึงไม่ต้องกังวลว่าแมวของตัวเองจะถูกจับยัดกรงเหมือนสถานที่รับฝากเลี้ยงแมวหลายๆ ที่ ที่สำคัญ ที่นี่มีพนักงานคอยดูแลแมวถึง 25 คน ทำให้มีผู้นำแมวตัวโปรดมาฝากไว้ในความดูแลอยู่เรื่อยๆ ส่วนค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าอาหาร ค่าทราย ค่าจ้างพนักงาน ค่ารักษาพยาบาล และค่าบำรุงรักษา ทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาทต่อปี

แม้จะไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่การปิดอาณาจักรแมวที่สร้างขึ้นมาด้วยความรักแห่งนี้ ไม่เคยมีในความคิดของ Lynea Lattanzio เลย

recommended articles

5 วิธีทำให้แมวรักแมวหลง

ทาสแมวหลายๆคนคงเคยประสบปัญหา น้องแมวไม่รัก ไม่อ้อน ไม่สนใจกันใช่หรือไม่

“เก้า สุภัสสรา” ขอเม้าท์ลูกๆตัวป่วน

“เราเล่นกับเค้ามันก็ทำให้เราลืมความทุกข์ใจ พอกลับมาบ้านมันก็ทำให้เรามีเอนเนอร์จี้ต่อในการทำให้มีชีวิต่อได้”