BACK

ME, MY DAD & OUR DOGS พ่อ ผม และหมาของครอบครัวเรา

น่าแปลกใจอยู่เหมือนกันที่ ณ ตอนนี้ความทรงจำระหว่างผมกับพ่อผู้ห่างเหิน คงเหลือทิ้งไว้แต่เรื่องดีๆ

(แทบจะตรงกันข้ามกับช่วงเวลาที่พ่อมีชีวิตอยู่ ซึ่งเรามักจะโต้เถียงกันในหลายๆ เรื่อง หรือเลือกที่จะวางทีท่าเย็นชาใส่กัน) และหนึ่งในความทรงจำดีๆ เหล่านั้นก็คือเรื่องของพ่อกับบรรดาหมาของครอบครัวเรา

กิจวัตรประจำวันของพ่อก็คือการนั่งก๊งเหล้ากับเพื่อนๆ หรือถ้าวันไหนพ่อไม่มีเพื่อน พ่อก็จะนั่งกินเหล้าคนเดียวในบ้าน นั่นเป็นภาพชินตาที่ผมมักจะเลือกมองเมินอยู่เสมอ แล้วค่ำวันหนึ่ง พ่อก็เมามายเดินกลับเข้าบ้าน พร้อมกับกึ่งอุ้มกึ่งลากหมาขี้เรื้อนสกปรกมอมแมมกลับมาด้วย ราวกับมันเป็นของขวัญที่พ่อนำมามอบให้กับพวกเรา แล้วพ่อก็ละเมอเมาหลับไป ปล่อยให้แม่และพี่สาวของผมดูแลเจ้าหมาขี้เรื้อนที่เต็มไปด้วยแผลซึ่งเริ่มส่งกลิ่นเหม็น … นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ “แหยม” มาอยู่กับเรา

บ้านเราเปิดต้อนรับสมาชิกใหม่ ค่อยๆ ดูแลจนแหยมกลายเป็นหมาสุขภาพดี ขนยาวสะอาดราวกับไม่เคยเป็นหมาขี้เรื้อนมาก่อน ผมจำไม่ได้ว่าสุดท้ายแหยมหายไปไหน เพราะตอนนั้นผมเพิ่งจะอยู่แค่ชั้นประถมต้น และมีหน้าที่แค่คอยเล่นกับมันเท่านั้น แล้วอีกหนึ่งความทรงจำผุดพรายขึ้นมา “ดำ” เป็นหมาพันธุ์ทางตัวโตที่พ่อพากลับบ้านมาตอนที่เมาอีกตัว เช่นเคยบ้านของเราพร้อมดูแลมันราวกับเป็นสมาชิกใหม่ หาข้าวหาน้ำ ดูแลสุขภาพ พาไปฉีดวัคซีน ทายาฆ่าเห็บฆ่าหมัด ฯลฯ ตามมาด้วย “หมิม” หมาพันธุ์ทางสีดำสนิทที่ฉลาดแสนรู้ คล้ายกับว่าเจ้าของเดิมของมันเคยฝึกสอนมันจนเข้าใจคำสั่งต่างๆ ที่สำคัญมันยังเป็นเพียงลูกหมาวัยรุ่นอารมณ์ดีร่าเริง แล้วมันก็กลายเป็นลูกสาวแสนรักของพี่สาวผม ที่ถึงกับอนุญาตให้มันได้นอนข้างๆ บนเตียงทุกคืน เช่นเดียวกัน มันกลายเป็นเพื่อนรักของผมด้วย นอกจากนี้ยังมี “น้ำตาล” หมาพันธุ์ทางที่ดูคล้ายกับถอดแบบหมิมมาเลย เพียงแต่มันตัวสีน้ำตาล ซึ่งแม้จะร่าเริงและเป็นเพื่อนเล่นกับผมได้เช่นกัน แต่มันกลับไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนแปลกหน้า คอยแต่เห่าอยู่เสมอ

หมาทั้งหมดถูกนำเข้าบ้านมาโดยพ่อของผม บ้างอยู่ชั่วครู่ชั่วยาม ก่อนจะถูกส่งไปฝากเลี้ยงกับบ้านอื่น แต่อีกหลายตัวก็อยู่กับเราจนลมหายใจสุดท้าย แน่นอน ทุกครั้งที่พวกมันจากไป ครอบครัวเราเสียน้ำตาราวกับญาติสนิทมิตรสหายตายจากไป และหมิมก็เป็นหมาตัวสุดท้ายที่ครอบครัวของเราเลือกผูกพันด้วย เพราะการจากไปของหมิมหลังจากที่อยู่กับพวกเรามาเกือบสิบปี มันช่างทรมานจิตใจเสียเหลือเกิน

การเปิดรับบรรดาหมาๆ มาอยู่ร่วมเป็นสมาชิกของเรา มันค่อยๆ กล่อมเกลาให้ตัวผมเปลี่ยนไป เช่นเดียวกับพ่อของผม เราอาจจะไม่ได้สนิทแนบแน่นกันมากขึ้นเพราะสมาชิกใหม่ แต่ผมเองก็ได้เห็นด้านอบอุ่น อ่อนโยน และพลังด้านบวกในตัวพ่อ ก่อนที่ในเวลาต่อมา เราทั้งคู่จะได้มีโอกาสเปิดใจ ปรับความเข้าใจกัน และมีช่วงเวลาดีๆ ในฐานะพ่อลูกกันอย่างที่มันควรจะเป็น

ความทรงจำระหว่างผมกับพ่อ จึงมักจะมีภาพบรรดาหมาของครอบครัวเราปรากฏขึ้นด้วยกันอย่างไม่อาจจะแยกออกไปได้ และมันก็เป็นความทรงจำที่ทำให้ผมยิ้มได้เสมอ

 

NUME MARUT บรรณาธิการบทความของ Pet Hipster ขอเปิดประเดิมเรื่องราวความทรงจำน่าประทับใจระหว่างตัวเขา คุณพ่อ และบรรดาหมาที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในสมาชิกของครอบครัว

Pet Hipster ขอเชิญชวนผู้อ่านทุกท่านส่งเรืองราวความรักความผูกพันระหว่างคุณกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก พร้อมภาพประกอบ เพื่อตีพิมพ์ในคอลัมน์ My Beloved Story โดยสามารถส่งมาได้ที่ editor.pethipster@gmail.com เรื่องที่ได้รับเลือกจะได้รับของที่ระลึกสุดพิเศษจากเรา

recommended articles

5 วิธีทำให้แมวรักแมวหลง

ทาสแมวหลายๆคนคงเคยประสบปัญหา น้องแมวไม่รัก ไม่อ้อน ไม่สนใจกันใช่หรือไม่

“เก้า สุภัสสรา” ขอเม้าท์ลูกๆตัวป่วน

“เราเล่นกับเค้ามันก็ทำให้เราลืมความทุกข์ใจ พอกลับมาบ้านมันก็ทำให้เรามีเอนเนอร์จี้ต่อในการทำให้มีชีวิต่อได้”