BACK

Michael J. Baines ฮีโร่ของสุนัขจรจัด

ข้อมูลการสำรวจจากระบบสารสนเทศเพื่อการเฝ้าระวังโรคพิษสุนัขบ้า (Thai Rabies Net) โดยสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2561 พบว่าประเทศไทยมีสุนัขจำนวน 3,525,333 ตัว

โดยในจำนวนนี้ ไม่มีเจ้าของ 69,258 ตัว ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สุนัขจรจัดเป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าระบาดในไทย ที่สร้างความตื่นตระหนกให้กับสังคมเมื่อไม่นานมานี้ จากการที่มีผู้เสียชีวิตจากโรคพิษสุนัขบ้าและมีการประกาศพื้นที่สีแดงที่มีการระบาดของโรคพิษสุนัขบ้าถึง 22 จังหวัดเมื่อเดือนมีนาคม 2561 ซึ่งค่อนข้างสวนทางกับเป้าหมายการกำจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปภายในปี 2563

การแก้ปัญหาโรคพิษสุนัขบ้าระบาดในไทย นอกจากการฉีดวัคซีนป้องกันในสัตว์แล้ว ยังมีการเตรียมพิจารณาใช้กฎหมายควบคุมการเลี้ยงและปล่อยสัตว์เพื่อแก้ปัญหาด้วย แต่นั่นก็คงไม่สำคัญเท่ากับความตระหนักและใส่ใจที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงพึงมีต่อน้องหมา ด้วยการไม่ทอดทิ้งและดูแลพวกเขาอย่างสม่ำเสมอ

Michael J. Baines หนุ่มใหญ่ชาวสกอตแลนด์ วัย 50 ปี คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่ดีของการรักและเอาใจใส่สุนัข โดยเขาดูแลและให้ความช่วยเหลือสุนัขจรจัดในจังหวัดชลบุรีหลายร้อยตัว หลังจากมีโอกาสเดินทางมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยบ่อยครั้งในช่วงวันหยุดยาว จนหลงเสน่ห์สยามเมืองยิ้มและตัดสินใจย้ายมาลงหลักปักฐานที่ไทยเป็นเวลากว่า 16 ปีแล้ว

ย้อนกลับไปในวันหนึ่งในเดือนพฤศจิกายน ปี 2011 Baines ซึ่งเป็นเชฟและเจ้าของร้านอาหาร Carrot ในจังหวัดชลบุรี พบว่ามีสุนัขจรจัดเพศเมียตัวหนึ่ง โผล่มาที่หลังร้านอาหารของเขาในสภาพแผลเต็มตัวและมีอาการติดเชื้อ ที่น่าเห็นใจที่สุดก็คือสุนัขเพศเมียตัวนั้นเพิ่งคลอดลูก ด้วยความที่เป็นคนรักสุนัขอยู่แล้ว Baines จึงให้อาหารและเริ่มดูแลสุนัขตัวนั้น และเจ้าหมาตัวนั้นก็กลับมาหาเขาในเวลาเดิมทุกวัน ซึ่งนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของการช่วยเหลือสุนัขจรจัดอีกจำนวนมาก

“ผมมองในตาเขาแล้วเหมือนเขาพูดว่า ช่วยฉันที ฉันหิว ทำให้ผมสะเทือนใจและเริ่มมองเห็นว่าพวกเขาทรมานแค่ไหน ผมจึงเริ่มให้อาหารและคลุกคลีกับพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลา 7 ปีแล้ว” Baines เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเป็นฮีโร่ของเหล่าสุนัขจรจัด โดยเขาทำอาหารเพื่อเลี้ยงสุนัขจรจัดเหล่านี้ ด้วยการนำข้าว ปลา และไก่คลุกเข้าด้วยกัน แล้วนำเอาไปให้สุนัขระหว่างทางที่เขาไปทำงาน หรือไม่ก็เป็นช่วงที่เขากลับบ้าน ซึ่งเขาต้องหยุดรถตลอดเส้นทางไปกลับระหว่างบ้านและร้านอาหารเพื่อให้อาหารสุนัขจรจัดนับร้อยตัวในแต่ละวัน และเขาจะมีกระสอบอาหารเม็ดใบใหญ่อยู่ในรถเสมอ เมื่อพบสุนัขที่หิวโหยก็จะหยุดรถและให้อาหาร และบางครั้งก็พาไปหาหมอบ้างตามความจำเป็น โดยปกติแล้วเขาใช้เงินไปประมาณ 40,000 – 50,000 บาทต่อเดือน ในการช่วยเหลือสุนัขเหล่านี้ ซึ่งส่วนมากก็เป็นเงินที่มาจากการขอรับบริจาค

Baines เล่าว่าเขารู้สึกแย่มากๆ ที่ได้เห็นสุนัขจรจัด จึงอยากจะช่วยเหลือ โดยเฉพาะตอนที่ได้เห็นเจ้าหมาที่ไม่ได้อยู่กับฝูง ยิ่งถ้าถูกทิ้งมาด้วย ถือเป็นอะไรที่เห็นได้บ่อยมากๆ และยังบอกด้วยว่าหลายคนเวลาเจอสุนัขจรจัดจะตีด้วยไม้ ปาหินใส่ หรือถึงขั้นฆ่าด้วยมีดหรือปืน บางคนก็สาดน้ำร้อนหรือวางยาเบื่อ นั่นเป็นเหตุผลที่เขาต้องพกยาถอนพิษไว้ในรถของเขาตลอด เพื่อช่วยเหลือสุนัขที่ถูกวางยา

สุนัขจรจัดที่ Baines ให้อาหารจะเชื่อใจเขาและตั้งตารอเขาทุกวัน นับได้ว่า Baines เป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่ทำให้สุนัขจรจัดเหล่านี้มีชีวิตรอดในวันที่ถูกทอดทิ้ง เมื่อ Baines จอดรถในจุดที่เคยแวะให้อาหาร สุนัขจะจำเสียงรถของเขาได้ “พวกเขาเชื่องมาก ผมสามารถกอดและเล่นกับพวกเขาได้ แต่บางตัวก็ยังมีอาการหวาดกลัว ความรู้สึกหนึ่งที่ดีมากก็คือตอนที่ได้พบสุนัขแก่ๆ ที่กลัวคนเนื่องจากถูกทำร้ายมาตลอดชีวิตแล้วเราสามารถสัมผัสตัวเขาได้กอดเขาได้ ซึ่งมันอาจจะใช้เวลานานถึงสองปี แต่เมื่อมันเกิดขึ้น จะเป็นอะไรที่พิเศษมากๆ”

นอกจากการให้อาหารและดูแลสุนัขที่เจ็บป่วยแล้ว Baines ยังมีโครงการทำหมันให้สุนัขจรจัดเพื่อควบคุมประชากร โดยเขาพยายามจัดโครงการทำหมันสุนัขจรจัดอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ซึ่งขึ้นอยู่กับตารางทีมสัตวแพทย์เคลื่อนที่ และยังพยายามให้การแนะนำบรรดาเจ้าของสุนัขในการดูแลสุนัขและทำให้พวกเขาเข้าใจความสำคัญของการทำหมันสุนัขอีกด้วย

Baines เล่าถึงการทุ่มเทและความสุขที่ได้จากการดูแลสุนัขจรจัดว่า “ผมไม่สามารถให้การช่วยเหลือและหาบ้านตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งสัปดาห์ เพราะมันเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลา และผมก็มีข้อจำกัด แต่ผมก็ทำอย่างดีที่สุด ถึงแม้ว่าผมไม่สามารถช่วยพวกสุนัขทุกตัวได้ แต่ผมคิดว่าการที่ผมช่วยได้เพียงแค่ 1 ตัว ผมก็ได้สร้างชีวิตใหม่ให้เขา มันเป็นงานที่มีค่า แต่บางครั้งก็สะเทือนใจและน่าผิดหวังเมื่อคุณได้เห็นสุนัขมากมายหลายตัวในสภาพที่แย่ ผมทำงานนี้ด้วยหัวใจและค่าใช้จ่าย เพื่อที่จะได้พบสุนัขที่น่ารักเหล่านี้และได้สัมผัสความรักจากพวกมัน ซึ่งประเมินค่าไม่ได้”

“การช่วยเหลือสุนัขเพียงตัวเดียวอาจไม่สามารถเปลี่ยนโลกใบนี้ได้ แต่แน่นอน มันจะช่วยเปลี่ยนโลกทั้งใบของสุนัขตัวหนึ่ง ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่เราควรจะช่วยกัน ถ้าทุกคนพยายามให้ความช่วยเหลือสุนัขสักวันละ 2 – 3 ตัว (หรือสัตว์อื่นๆ ก็ตาม) สิ่งดีๆ จะเกิดขึ้นมากมาย” และสุดท้าย สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสุนัขสักตัวมาเลี้ยงเป็นเพื่อคู่ใจ Baines บอกว่า “รับเลี้ยงสุนัข ดีกว่าซื้อมาเลี้ยง”

นอกจากนี้เขาและเพื่อนๆ ยังได้เปิดองค์กรช่วยเหลือและหาบ้านให้กับสุนัขในชื่อ “The Man That Rescues Dogs” โดยเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร 100% ที่ช่วยเหลือสุนัขจรจัดมาแล้วกว่า 100 ตัว สามารถติดตามและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสุนัขได้ที่ themanthatrescuesdogs.org หรือเฟซบุ๊ก The Man That Rescues Dogs

recommended articles

Pembroke Welsh Corgi lover

เรื่องราวของความหลงใหลในสุนัขสายพันธ์คอร์กี้ ของคุณแนน ทำให้เกิดเพจน่ารักๆ จนกลายมาเป็นนัก breeder และเจ้าของฟาร์มในเวลาต่อมา

บทสัมภาษณ์ “มิว ศุภศิษฏ์” กับน้อง “ช็อปเปอร์”

จากพระเอกคู่จิ้นสู่ศิลปินเพลงป๊อปสุดฮอต ที่ไม่ว่าจะมีผลงานทางด้านไหนก็เอาใจเหล่า Mewlions (มิวเลี่ยน) ไปเต็มๆ Pet Hipster ฉบับนี้จึงนำหนุ่มหล่ออย่าง มิว ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ มาขึ้นปกในคอนเซปต์ Reflection มาเปิดเผยอีกด้านของทัศนคติที่คุณอาจไม่รู้ และความน่ารักของน้องชอปเปอร์ หมาปอมสุดรักของหนุ่มมิว ศุภศิษฏ์ มาร่วมถ่ายแฟชั่นในเล่มนี้กันด้วย