BACK

Moxiepoms กับเคล็ดลับการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์แชมป์

จากนางฟ้าสายการบิน Japan Airlines แลนดิ้งสู่เจ้าหญิงแห่งเวทีการประกวดสุนัขสายพันธุ์ปอมเมอเรเนียน

“คุณกระแต – นันทวัน พันธุ์พฤทธิ์” ความรักและเอาใจใส่ลูกๆ ในฟาร์มของเธอ ทำให้ฟาร์ม Moxiepoms คว้ารางวัล Top Pom Breeder ในปี 2014 และ 2016 ที่ทางชมรมปอมเมอเรเนียนของประเทศจะมอบให้กับ Breeder ที่ได้แชมป์จากการประกวดมากที่สุดเท่านั้น นอกจากนี้เธอยังได้รับรางวัล Number 1 ปอมในอเมริกาในปี 2016 พร้อมกับชนะ Best of Breed จาก American Pomeranian Club National Specialty 2 ปีซ้อนในปี 2016 และ 2017 ในปี 2017 เธอได้รับรางวัล Best of Breed จากงาน Westminster Kennel Club, New York และในปีเดียวกันก็ได้รับรางวัล Best of Breed จากงาน Royal Canin American Kennel Club National Championship ในเดือนธันวาคม 2017 และ Winner Bitch Pom National ในปี 2018 เราไปฟังเคล็ดลับการเลี้ยงสุนัขสายพันธุ์แชมป์จากปากของเธอกันเลยดีกว่า

จุดเริ่มต้นของฟาร์ม Moxiepoms เริ่มจากที่กระแตชอบเลี้ยงสุนัขเป็นทุนเดิม

แต่ที่เลือกสายพันธุ์ปอม เพราะชอบความน่ารัก และบุคลิกนิสัยร่าเริง ชอบวิ่ง ชอบโชว์ และขี้เล่นมาก พอเลี้ยงมาเรื่อยๆ ก็เลยอยากลองเพาะพันธุ์ให้สวยๆ และลองประกวดดู แต่บรีดเท่าไหร่ก็ไม่สวยสักที กระแตเลยตัดสินใจไปซื้อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์จากฟาร์มที่มีชื่อเสียงจากสหรัฐอเมริกา เมื่อได้มาแล้วก็เริ่มบรีดออกมาเรื่อยๆ พอเริ่มประกวดก็ได้แชมป์ เลยมีกำลังใจอยากพัฒนาสายพันธุ์ให้ดีขึ้นไปอีก และเริ่มสั่งแม่พันธุ์มาจากคอกที่มีชื่อเสียงในเรื่องขน หน้าตา และรูปร่าง นำมาเพาะพันธุ์ต่อยอดไปเรื่อยๆ เพื่อให้ได้มาตรฐานที่ดีที่สุด

ผู้อ่านที่สนใจเรื่องการบรีดสุนัขสายพันธุ์ปอมเพื่อประกวด กระแตแนะนำว่าต้องใจเย็นๆ ควรจะต้องศึกษามาตรฐานสายพันธุ์มาก่อนไม่มากก็น้อย จากนั้นให้ทำความเข้าใจว่าในมาตรฐานของสุนัขสายพันธุ์ปอมนั้นยังมี Type ต่างๆ อีกมากมาย เมื่อคุณเริ่มเข้าใจบ้างแล้วก็อย่าเพิ่งรีบร้อนซื้อ ลูกสุนัขปอมทุกตัวมีเสน่ห์และสวยแถบทุกตัว ยิ่งตอนเล็กๆ ยิ่งน่ารัก ควรหักห้ามใจ และให้เข้าใจด้วยว่าสุนัขจะเปลี่ยนไปตามอายุของเค้า หากซื้อมาเพื่อประกวดเราควรดูช่วงอายุ 4 – 5 เดือนไปแล้ว เพราะปอมจะผลัดขนจนเป็นลิง และจะได้เห็นโครงสร้างรวมถึงการเคลื่อนไหวของน้องโดยไม่มีขนมาปิดบัง ยิ่งซื้อตัวที่อายุสูงได้เท่าไหร่ยิ่งดี

เมื่อต้องการซื้อสุนัขพันธุ์ปอมเพื่อมาประกวด อย่างแรกที่ควรดูก็คือ มีรูที่กระโหลกหรือไม่

ถ้ามีไม่ควรซื้อมาไม่ว่าจะสวยขนาดไหนก็ตาม เพราะนอกจากเสี่ยงที่น้องจะไม่สมบูรณ์เมื่อมีอายุมากขึ้นแล้ว กรรมการจะไม่ยอมรับเลยโดยเฉพาะกรรมจากยุโรป อย่างที่สอง ให้ดูฟันล่างบนว่า 6*6 และสบกันแบกรรไกรหรือไม่ ซึ่งหมายถึงว่าฟันบนยื่นมาปิดฟันล่างตอนบนเล็กน้อย หากฟันไม่ครบ ฟันบนยื่นมาก หรือฟันล่างยื่นเกินฟันบน (ฟันเหยิน) ก็ไม่แนะนำให้รับมาค่ะ สำหรับน้องปอมเพศผู้ต้องจับดูว่ามีไข่ครบ 2 ใบหรือไม่ โดยการคลำสัมผัส

มาต่อกันที่ตำแหน่งของหูของน้องต้องอยู่บนคิ้วทั้งสองข้าง ไม่ห่าง หรืออยู่ต่ำมาทางด้านข้างของกระโหลก ต่อมาเรื่องของไหล่ ไหล่ต้องสูงสมส่วน ลำตัวไม่ยาวได้สัดส่วนเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส หากจินตนาการดู ต้องกลมสมส่วนค่ะ หน้าอกต้องไม่เป็นอกไก่ ถ้าเราลองจับแล้วรู้สึกเหมือนซี่โครงไก่ ให้รู้ไว้เลยว่าเวลาน้องเดินจะแกว่งไปแกว่งมา เมื่อดูอกเสร็จแล้วให้มาดูในเรื่องของการวิ่งหรือเดินว่าเดินตรงหรือไม่ทั้งเดินไปและเดินกลับ มีมุมขาและองศาไม่งอ เมื่อเวลายืนตามธรรมชาติแล้วขาไม่แบะ แผ่นหลังตรง ไม่แอ่นหรือโก่ง ให้ใช้ฝ่ามือลูบดูก็จะรู้สึกได้ ตำแหน่งหางสูง ไม่ควรต่ำจนใกล้ตำแหน่งทวารของน้อง มาตรฐานขนของปอมต้องมีขน 2 ชั้น ชั้นในและชั้นนอก ซึ่งเรื่องขน 2 ชั้นนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ จนกรรมการหลายๆ ท่านจะพิจารณาเรื่องขนที่ถูกต้องเป็นอันดับที่สำคัญที่สุด สุดท้ายก็เรื่องอุปนิสัย ชอบแสดงออก ไม่กลัวคนแปลกหน้า ชอบโชว์ ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าเป็นปอมสายเลือดประกวดเค้าจะมีนิสัยเหล่านี้โดยที่เราไม่ต้องไปฝึกอะไรมาก

มาถึงเรื่องวิธีการดูแลเพื่อรักษามาตรฐานของสุนัขในฟาร์ม

ซึ่งตอนนี้กระแตมีสุนัขอยู่ทั้งหมด 60 ตัว เป็นแม่พันธุ์ 40 ตัว แต่พ่อพันธุ์เราใช้จริงๆ ก็จะมีอยู่แค่ 3 – 4 ตัวค่ะ เรื่องขนต้องคอยดูแล สภาพอากาศจะให้อยู่ในห้องแอร์ที่มีอุณหภูมิ 24 องศา เลี้ยงให้อยู่ในระบบเดียวกัน อย่างตอนเช้าประมาณ 7 โมง ก็จะนำออกมาจากกรง เพื่อให้พวกเขาได้ออกมาวิ่งข้างนอกที่สนาม ซึ่งเราควรจะต้องมีพื้นที่เปิดให้กับเขาเพื่อรับแดดรับลม ได้ขับถ่ายในช่วงเช้าสัก 2 ชั่วโมง ช่วงที่ปล่อยออกมาเดินเล่น กระแตและพี่เลี้ยงก็จะมาช่วยกันหวีขน แคะหู แปรงฟัน ตัดเล็บ ทุกตัวจะได้อาบน้ำในทุกสัปดาห์

 

เรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องสำคัญ ที่ฟาร์มของกระแตใช้ Royal Canin สูตร Mini starter เหมือนกันหมด

ชอบค่ะ เพราะว่าอึไม่เหลว กินง่าย และไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เลย ใช้มา 9 ปีแล้วค่ะ แต่บางตัวก็จะกินสูตรเฉพาะ อย่างสุนัขสูงอายุ เป็นโรคไต โรคนิ่ว กระแตให้กินอาหารกระป๋อง Royal Canin Starter Mousse สั่งมาเป็นประจำเลยค่ะ นำมาคลุกกับ Mini starter อีกทีนึงสำหรับบางตัวที่กินยาก ก็จะทำให้กินง่ายขึ้น เพราะมันจะเละๆ หน่อย สำหรับที่ฟาร์มจะไม่มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอาหารเลยค่ะ เพราะ Royal Canin เอาอยู่ (ยิ้ม)

สุดท้ายนี้ก็อยากฝากถึงคนที่ซื้อไปเลี้ยงแบบทิ้งๆ ขว้างๆ นะคะ เห็นแล้วรู้สึกหดหู่ใจมากๆ ในฐานะผู้เลี้ยงเหมือนกัน อยากจะให้ทุกคนดูแลสุนัขของเราให้ดีขึ้น เขาก็เป็นสิ่งมีชีวิตเหมือนกับเรา ต้องการความรักความเอาใจใส่เหมือนกับเรา และอยากให้ดูแลเขาเป็นพิเศษมากขึ้น ให้เหมือนกับตอนที่เราอยากได้เขามาเลี้ยงนะคะ