BACK

MUJI SAMA ใครว่าหมาอยู่ร่วมกับแมวไม่ได้

หลายคนคงรู้จักกับชื่อ MUJI SAMA น้องหมาสายพันธุ์ปอมกับน้องแมวหน้าตากวนๆ สายพันธุ์เอ็กโซติก ชอร์ตแฮร์

ที่คอยแจกความน่ารักสนใสผ่านทางเฟซบุ๊ก จนมีผู้ติดตามหลายแสนคน ซึ่งความน่ารักเหล่านี้ถูกถ่ายทอดผ่าน “คุณซุป ศุภณัฐ สุวรรณสัญญา” และ “คุณจัมโบ้ อดิศักดิ์ อ่องไวการค้า” ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความน่ารักของสัตว์เลี้ยงสองสายพันธุ์ที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข วันนี้ทั้งคู่จะมาแชร์ประสบการณ์การเลี้ยงหมาและแมวให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ พร้อมเคล็ดลับดีๆ ที่อยากบอกต่อ

“อันที่จริงเราทั้งคู่คลุกคลีอยู่กับสัตว์เลี้ยงมาตั้งแต่เด็กอยู่แล้วครับ เพราะคุณแม่เป็นคนชอบเลี้ยงสัตว์ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นน้องหมาจรจัดที่คุณแม่เก็บมาเลี้ยง หรือจะเป็นเต่า กระต่าย นก เป็ด ไก่ ที่บ้านก็เลี้ยงมาหมดแล้ว แต่ผมกลับเป็นคนที่ค่อนข้างจะกลัวสัตว์ เพราะตอนเด็กๆ เคยถูกหมากัด แล้วกับแมวนี่ก็กลัวเหมือนกัน เพราะเราคาดเดาอารมณ์ของเค้าไม่ได้เลย แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้วครับ หลังจากได้มาเลี้ยงน้องหมาน้องแมวเป็นของตัวเอง

ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว เราทั้งคู่ได้เลี้ยงกระต่ายไว้ประมาณ 4 ตัว ซึ่งน้องๆ ก็น่ารักมาก แต่เราพบว่าด้วยธรรมชาติของกระต่ายเค้าไม่ได้เป็นสัตว์ที่ชอบเข้ามาคลอเคลียกับคน แล้วเราทั้งคู่ก็อยากจะได้สัตว์เลี้ยงที่มาเล่นมาอยู่กับเราอย่างใกล้ชิดได้ คือจริงๆ แล้วเราอาจจะโหยหาต้องการความรักน่ะครับ (ยิ้ม) ก็เลยคิดกันว่าเลี้ยงน้องหมาน่าจะดีเหมือนกันนะ เราก็เลยเริ่มมองหาน้องหมาพันธุ์ปอม เพราะเป็นพันธุ์ที่คุณแม่เคยเลี้ยงไว้ แล้วเราก็ชอบด้วย นั่นก็เป็นที่มาของ ‘มูจิ’ ที่มาอยู่กับเราได้ 3 ปีแล้ว โดยเราก็เลี้ยงเค้าไว้กับน้องกระต่าย ซึ่งเค้าก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ดี ไม่มีปัญหาอะไรเลย หลังจากนั้นเราก็รับน้องแมวอีกตัวเข้ามาเลี้ยง ก็คือ ‘มูมารุ’

ก่อนจะรับมูมารุมาเลี้ยง เราก็แอบกังวลเรื่องการที่น้องแมวต้องมาอยู่ร่วมกับน้องหมาเหมือนกันนะครับ แล้วไหนจะมีกระต่ายด้วยอีก ดังนั้น เราก็เลยศึกษาหาข้อมูลกันเยอะพอสมควร จนมาลงตัวที่น้องแมวสายพันธุ์เอ็กโซติก ชอร์ตแฮร์ ซึ่งมีนิสัยเรียบร้อย เป็นมิตร และน่าจะเข้ากับมูจิและกระต่ายของเราได้ โดยช่วงแรกที่เรารับมูมารุเข้ามา เราก็ต้องทำให้เค้าคุ้นชินกับสถานที่ก่อน แล้วก็ต้องแยกเค้าก่อน ไม่ให้เจอกันก่อน รอสักพักจึงจะให้ได้มาเจอกัน ซึ่งครั้งแรกที่เค้าเจอกันก็มีขู่กันอยู่บ้าง แต่เราก็จะแยกให้มูจิอยู่ในกรงก่อน แล้วให้มูมารุอยู่ข้างนอก เพื่อให้เค้าไม่เครียด จากนั้นก็สลับกันไปมา แล้วจึงปล่อยให้เค้าได้มาเจอกัน ตามหลักการแล้ว การทำแบบนี้จะทำให้น้องหมาเค้าไม่รู้สึกน้อยใจที่มีสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เข้ามา ส่วนการเจอกันครั้งแรกของมูมารุกับกระต่ายนั้น โอเคมาก ไม่กลัวกันเลย นับถึงตอนนี้ที่อยู่ด้วยกันมาทั้งหมดก็ 2 ปีแล้วครับ

การเลี้ยงน้องทั้งสอง เราถือว่าเค้าเลี้ยงง่ายมาก

มูจิเค้าจะเป็นหมาที่ไม่ค่อยเห่า เป็นมิตรและเข้ากับคนดีมากๆ เค้าจะติดคน ชอบอยู่กับคน แต่จะกลัวหมาด้วยกันเอง (หัวเราะ) เพราะเค้าอยู่กับแมวและกระต่ายมาน่ะครับ เวลาเจอหมาตัวใหญ่ เค้าก็จะกลัว ส่วนมูมารุก็จะเป็นแมวที่ค่อนข้างจะกลัวแมวด้วยกันเอง แต่จะไม่กลัวหมาเลย เพราะเราให้เค้าอยู่ด้วยกันกับหมามาตั้งแต่เด็ก เค้าก็เลยจะรู้สึกว่านี่คือพี่น้องของเค้า พอเจอแมวด้วยกัน เค้าก็จะขู่ใส่ทันที นอกจากนี้ มูมารุก็เป็นแมวที่มีนิสัยที่ดีมาก จะให้ทำอะไรเค้าก็ทำ สั่งให้กลิ้งตัว ขอกอด จับพุงได้หมด ไม่มีการหงุดหงิดหรืออารมณ์เสียใดๆ การที่เลี้ยงเค้านี่เปลี่ยนความคิดของผมไปได้เยอะเลย แต่ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่ว่าแมวจะเป็นแบบนี้ทุกตัวนะครับ ดังนั้น ก่อนที่เราจะตัดสินใจเลี้ยง ก็ควรศึกษาด้วยว่าตัวเราเหมาะที่จะเลี้ยงแมวสายพันธุ์ไหน

ด้วยความที่เราเลี้ยงเค้าทั้งสองเหมือนกับลูกของเรา

เราก็เลยพยายามเลี้ยงเค้าให้ดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ สรรหาสิ่งที่ดีที่สุดในทุกๆ เรื่องมาดูแลเค้า เพราะอยากให้เค้ามีอายุยืนยาวอยู่กับเราไปได้นานที่สุด ที่ผ่านมา ตอนเด็กๆ เราเคยมีประสบการณ์การเลี้ยงน้องหมามาแล้ว แต่ก็เป็นการเลี้ยงที่ผิด เพราะเราให้เค้ากินอาหารที่ปรุงรส กินอาหารแบบเดียวกับคน จนวันนึงเค้าก็จากไปก่อนวัยอันควร พอเราโตขึ้นและได้มีโอกาสเลี้ยงน้องหมาน้องแมวอีกครั้ง เราจึงตั้งใจว่าจะดูแลเค้าให้ดีที่สุด โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินเป็นอะไรที่สำคัญมาก ในเมื่อเราเรื่องสุขภาพภายนอกเราดูแลเค้าดีมากอยู่แล้ว ภายในเราก็ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะสุขภาพที่ดีมันจะต้องมาจากภายในอยู่แล้ว เราจะไม่ให้เค้ากินอาหารของคนเลย แล้วการเลือกอาหารสำหรับพวกเค้า เราก็มีการศึกษาและเปลี่ยนกันมาหลายยี่ห้อพอสมควร แน่นอนว่าอาหารหลักของเค้าก็คืออาหารเม็ดสำหรับน้องหมาและน้องแมวโดยเฉพาะ ส่วนอาหารเปียกเราก็เลือก Petsimo ที่เพิ่มเติมขึ้นมา เพราะการที่ให้เค้ากินแต่อาหารเม็ด เค้าก็จะมีอาการเบื่ออาหารได้ พอเรามี Petsimo ซึ่งเป็นอาหารเปียกที่มีส่วนผสมของเนื้อไก่ ตับ และเนื้อปลาจริงๆ ก็ทำให้มื้ออาหารของเค้าพิเศษขึ้น น่าทานขึ้น แล้วเราก็ยังมั่นใจในคุณภาพของวัตถุดิบได้ด้วยว่ามีคุณภาพ สดใหม่ ผ่านการคัดเลือกจากโรงงานที่ได้รับมาตราฐานระดับโลก มีคุณค่าของสารอาหารครบถ้วน แบบนี้เราก็มั่นใจได้เลยว่าลูกๆ ของเราจะมีสุขภาพที่ดีจากภายในสู่ภายนอกแน่นอน”

 

FYI

“สำหรับน้องแมวนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดื่มน้ำน้อย การให้อาหารเปียกแก่น้อง ถือเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยเพิ่มน้ำในร่างกาย ทั้งอาหารเปียกยังมีความน่าทานสูง เหมาะกับสัตว์เลี้ยงที่รับประทานอาหารยาก นอกจากนี้ Petsimo ยังมีส่วนผสมของกลูโคซามีน, วิตามินอี และโอเมก้า3 พร้อมผ่านการพัฒนาและทดสอบการย่อย (Digestibility Test) ซึ่งทดสอบในสัตว์จริงโดยสัตวแพทย์จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ มีผลงานวิจัยรับรองว่าค่าสัมประสิทธิ์การย่อยมีค่ามากกว่า 90% แล้วจะมีอะไรที่คู่ควรกับน้องที่น่ารักของเรามากไปกว่า Petsimo อีกล่ะ”