BACK

The Caesar Beagles เคล็ดลับแห่งความรักในฐานะจ่าฝูง

เป็นอีกครั้งที่ Pet Hipster ได้พูดคุยกับ My Beloved Story ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวบันดาลใจ

“คุณป้อม – จักรพันธ์ จันทรัศมี” เริ่มต้นจากการเป็นคนรักสุนัขบีเกิ้ลที่เลี้ยงอย่างจริงจัง จนเกิดเป็นคอกเพาะพันธุ์สุนัข The Caesar Beagles ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด และทำให้สามารถคว้ารางวัลการประกวดสุนัขบีเกิ้ล Champion of the Year ในปี 2009 และรางวัลบีเกิ้ลอันดับ 1 ของประเทศไทย 2 ปีซ้อน ในปี 2010 และ 2011 มาได้ พร้อมกับการก้าวจากผู้ส่งสุนัขเข้าประกวด มาเป็นกรรมการตัดสินสุนัขทุกสายพันธุ์ของสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขแห่งประเทศไทย หลายๆ คนคงอยากจะทราบถึงเคล็ดลับความสำเร็จของคุณป้อมและ The Caesar Beagles แต่คุณป้อมกลับขอเลือกแบ่งปันประสบการณ์และเคล็ดลับแห่งความรักในฐานะ “จ่าฝูง” มาให้กับเราแทน

ถ้าจะพูดกันตามตรง ชีวิตของผมแยกไม่ออกเลยระหว่างงานประจำกับงานอดิเรก

บางครั้งก็สับสนว่าอะไรคืองานอดิเรก อะไรคืองานประจำ เลยจับทั้งสองอย่างมารวมกันเป็นงานประจำทั้งคู่ สรุปว่าชีวิตผมไม่มีงานอดิเรกครับ งานแรกมีค่าตอบแทนเป็นเงิน แต่อีกงานมีค่าตอบแทนเป็นความสุข

งานที่มีรายได้ประจำทุกเดือนคืองานที่ลูกค้าเรียกผมว่า Consultant ผมเป็นที่ปรึกษาด้านพัฒนาบุคลากรและพัฒนาองค์กร พูดง่ายๆ ผมเชี่ยวชาญเรื่อง “คน” งานที่ผมทำมี 3 อย่าง คือ งานบรรยายให้ความรู้ งานโค้ชผู้บริหาร และงานให้คำปรึกษาแก่องค์กรต่างๆ ผมตั้งใจจะทำงานนี้ไปจนกว่าจะไม่มีคนจ้าง

ส่วนงานที่ทำแล้วได้ค่าตอบแทนเป็นความสุขรายวินาที ไม่ต้องรอสิ้นเดือนเหมือนงานแรกคือ งานที่ลูกสาว 3 คนเรียกผมว่า “จ่าฝูง” ผมเป็นหัวหน้าแก๊งค์ของเจ้าตูบฝูงหนึ่ง ถ้าจะบอกว่าผมเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องหมาก็ได้ครับ เพราะผมเป็นทั้งผู้เพาะพันธุ์สุนัข ผู้ฝึกสุนัข ผู้จูงสุนัขประกวด และกรรมการตัดสินสุนัข ซึ่งผมก็ตั้งใจจะทำงานนี้ไปจนกว่าหมาจะเมินผม

 

ผมมีความสุขกับงานทั้งสองอย่าง ไม่ว่าใครจะบอกว่าผมเชี่ยวชาญเรื่อง “คน” หรือเรื่อง “หมา” ผมแฮปปี้ทั้งนั้น บางเดือนเดินทางไปต่างประเทศเพื่อฝึกอบรมในฐานะที่ปรึกษา บางเดือนไปต่างประเทศในฐานะกรรมการตัดสินสุนัข ก่อนหน้านี้ผมมีคอลัมน์ประจำชื่อ “คุยเฟื่องเรื่องบีเกิ้ล” เขียนให้ความรู้เรื่องสุนัขมา 9 ปี จนนิตยสารปิดตัว ในขณะเดียวกันผมก็มีคอลัมน์ด้านการบริหารจัดการที่ต้องเขียนในหนังสือพิมพ์และนิตยสารหลายฉบับ เช่น โพสต์ทูเดย์ ฐานเศรษฐกิจ ผู้จัดการรายสัปดาห์ กรุงเทพธุรกิจ และ บิสซิเนสพลัส วันดีคืนดีทางกรุงเทพธุรกิจบอกว่าอยากได้บทความเกี่ยวกับภาวะผู้นำที่อ่านง่ายๆ ถ่ายทอดแบบไม่เป็นวิชาการ ผมเลยเล่าเรื่องหมา เอาหมาที่บ้านชื่อเจ้ามอลลี่กับลูกๆ ทั้ง 5 เป็นตัวละครเดินเรื่องแล้วเชื่อมโยงไปที่หลักการบริหาร เพื่อนที่ออฟฟิศเลยตั้งชื่อคอลัมน์ให้เป็นเกียรติว่า “เพาะพันธ์ผู้นำ” เขียนจนเพลินไม่เคยเบื่อ แม้ต้องส่งต้นฉบับทุกสองสัปดาห์ เขียนไปเขียนมาปาไป 50 กว่าตอนกว่าจะจบบริบูรณ์ แบบนี้ผมเลยแยกไม่ออกระหว่างงานประจำกับงานอดิเรกยังไงล่ะครับ

แม้ว่าในปัจจุบันการทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินสุนัขทุกสายพันธุ์ ของสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขแห่งประเทศไทย ทำให้ต้องลดบทบาทการประกวดสุนัขลง แต่แก๊งค์สี่ขาของผมกลับไม่ได้ลดลง นอกจากบีเกิ้ลที่มีอยู่ในบ้านแล้ว ตอนนี้ยังมีบาเซนจิ ปั๊ก และอิงลิชค๊อกเกอร์ เพิ่มเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่อีกด้วย

เมื่อย้อนกลับไปกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ผมไม่ใช่แค่คนรักสุนัข แต่ผมเป็นพวกคลั่งสุนัข เริ่มเพาะพันธุ์สุนัขบีเกิ้ลแบบเอาจริงเอาจัง จนถึงขั้นจดทะเบียนคอกสุนัข โดยใช้ชื่อว่า The Caesar Beagles อย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 1999 ซึ่งก่อนหน้านั้นผมเลี้ยงสุนัขมาหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ บ๊อกเซอร์ พุดเดิ้ลทอย ดัชชุน ปั๊ก ไทยหลังอาน รวมถึงหมาข้างถนนก็เคยเก็บมาเลี้ยง แต่มาลงตัวกับเจ้าหูตูบ หางตั้ง นัยน์ตาเศร้า ซึ่งเป็นสมญานามของบีเกิ้ล เพราะนอกจากมันจะเป็นต้นแบบของตัวการ์ตูนสนู้ปปี้ที่ผมคลั่งไคล้ตอนเด็กแล้ว มันยังเป็นสุนัขที่เลี้ยงง่ายที่สุดสายพันธุ์หนึ่งเลยทีเดียว ด้วยไซส์ที่ไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป เรียกว่าเป็นสุนัขประเภท Compact Dog ขนสั้น กินง่าย โรคทางพันธุกรรมน้อย ไม่ค่อยเจ็บป่วย มีสุขภาพแข็งแรง ทำให้ผมกับบีเกิ้ลอยู่ร่วมชายคาเดียวกันได้อย่างสันติ

ลูกสุนัขชุดแรกที่คลอดออกมาภายใต้สังกัดเดอะซีซ่าร์ จำนวน 5 ตัว สามารถลงสนามประกวดจนเป็นแชมเปี้ยนถึง 3 ตัว กิจกรรมที่ผมต้องทำเป็นประจำเพื่อปั้นเด็กๆ ในสังกัดเข้าสู่วงการประกวดมี 3 ส่วนคือ การเพาะพันธุ์ การฝึกสุนัข และการจูงสุนัข ถ้าพูดภาษาคนในวงการสุนัขคือ ผมเป็นทั้งบรีดเดอร์ เทรนเนอร์ และแฮนด์เลอร์ ผลงานในสนามประกวดยังคงเดินหน้าไปเรื่อยๆ จนบีเกิ้ลที่ผมเพาะพันธุ์คว้าตำแหน่ง Champion of The Year มาครองในปี 2009 พ่วงด้วยการเป็นบีเกิ้ลอันดับ 1 ของประเทศไทย 2 ปี ซ้อน ในปี 2010 และ 2011 ถ้ารวมจำนวนสุนัขที่ผมเพาะพันธุ์และสุนัขที่ผมนำเข้ามาจากต่างประเทศเพื่อประกวดจนเป็นแชมเปี้ยนจนถึงวันนี้ นับได้ประมาณกว่า 80 ตัวแล้ว

ส่วนเคล็ดลับที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จนั้นไม่มีครับ มีแต่หลักการง่ายๆ 3 ข้อ คือ หนึ่ง สถานที่เลี้ยงต้องสะอาด ถูกสุขลักษณะ แบ่งสัดส่วน ที่นอน ที่เล่น ที่กินให้เหมาะสม สอง สุขภาพสุนัขต้องดี มีตารางตรวจสุขภาพ ทำวัคซีนเป็นประจำ และสาม โภชนาการ สารอาหารต้องครบถ้วนและมีคุณภาพตามวัยของสุนัข ในช่วงแรกของการเพาะพันธุ์ ผมใช้อาหารมาหลายยี่ห้อสลับไปสลับมา จนกระทั่งสมาชิกในแก๊งค์ถูกใจกับ Royal Canin เพราะมีความน่ากินสูงมาก หมายความว่าเราสังเกตเห็นว่าหมาของเรา เค้าชอบ เค้ามีอาการอยากกิน ดูมีความสุขเวลาที่ได้กิน และเมื่อกินแล้วก็ไม่มีผลข้างเคียง ขับถ่ายปกติ ขนไม่ร่วง รูปทรงของเม็ดอาหารช่วยขัดฟัน รวมถึงมีอาหารให้เลือกใช้ตามช่วงอายุของสุนัขอีกด้วย ทั้ง 3 ข้อนี้ไม่ใช่เคล็ดลับ แต่มันเป็น “เคล็ดแห่งความรัก” ของผมในฐานะจ่าฝูงครับ